Category: สุขภาพ (page 1 of 2)

การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

หนึ่งในโรคที่พบเจอมากในปัจจุบันของผู้สูงอายุในประเทศไทย คือโรคเบาหวาน อันเนื่องมาจากการทำงานของอินสุลินในร่างกายบกพร่อง และจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดผลเสียต่ออวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะหากผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดแผลที่เท้า ระบบไหลเวียนเลือดส่งเลือดไปเลี้ยงที่เท้าได้ไม่ดี ปลายประสาทรับสัมผัสสูญเสียหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งเสี่ยงต่อการมีโอกาสได้ตัดเท้าค่อนข้างสูง หากมีการดูแลสุขภาพเท้าไม่ถูกต้อง ดังนั้นวันนี้ทางเว็บ  Jetsadabet  จึงมีวิธีการดูแลเท้าที่ถูกต้องมาแนะนำกันค่ะ 

  1. ควบคุมและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  2. ดูแลรักษาความสะอาดของเท้าอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ปล่อยให้บริเวณซอกนิ้วเท้าอับชื้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่าย
  3. ตรวจดูเท้า บริเวณนิ้วเท้าว่ามีความผิดปกติ มีแผล รอยกดหรือมีรอยฟกช้ำหรือไม่ 
  4. แนะนำให้ใช้โลชั่นทาบริเวณนิ้วเท้า ปลายเท้า หลังเท้า แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณซอกนิ้ว เพราะอาจเกิดการหมักหมม เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  5. ควรสมถุงเท้าทุกครั้งขณะสัมผัสอากาศหนาว 
  6. บริหารนิ้วเท้าปลายเท้าทุกวัน
  7. หมั่นตัดเล็บให้สั้นทุกครั้งและควรตัดเล็บแบบแนวตรง และตัดตามแนวขอบเล็บ
  8. ควรใส่รองเท้าที่สวมใส่สบาย พอดีเท้า 
  9. สวมถุงเท้าก่อนใส่ถุงเท้าทุกครั้งเพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างผิวและรองเท้า ทำให้เกิดแผลได้ง่าย
  10. ไปตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือด 

วิธีการดูแลเท้าสามารถทำได้ง่าย และทำเองได้ที่บ้าน ดังนี้

  1. การแช่เท้าในน้ำอุ่น และการนวดฝ่าเท้า โดยการผสมน้ำอุ่นในกะละมัง ผสมกับการเตรียมผิวมะกรูด จากนั้นแช่เท้าผู้ป่วยในกะละมังที่เตรียมไว้ และช่วยนวดบริเวณฝ่าเท้า หลังเท้า เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด และการผ่อนคลายของร่างกาย 
  2. การเหยียบกะลามะพร้าว โดยการนำกะลามะพร้าวไปวางบริเวณพื้นดินที่เตรียมไว้ ประมาณ 5 แถว แถวละ 4 อัน ไม่ต้องวางชิดกันมาก ห่างกันประมาณ 5 ซม. จากนั้นให้ผู้ป่วยเหยียบ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงบริเวณฝ่าเท้า  ลดอาการชาบริเวณปลายเท้า ถือเป็นนวัตกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน 

            หากสามารถดูแลเท้าตนเองได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  การถูกตัดเท้าก็จะลดน้อยลง ควบคู่กับ

การดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวาน อาหารทอด หรืออาหารทะเล ที่อาจจะทำให้มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดตามมา เพราะเบาหวานมักจะมาควบคู่กันกับความดันโลหิตสูง เนื่องจากเลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้น การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นเริ่มดูแลเท้าก่อนที่จะเกิดผลเสียที่ร้ายแรงตามมาจากการเกิดแผลที่เท้า เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ เท่านี้แหละค่ะผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหากมีการปฏิบัติตัวที่ดี 

คอลลาเจน กินอย่างไรให้เห็นผล และขาวจริงหรือไม่

ทำไมเราต้องกินคอลลาเจน? ต้องบอกก่อนว่าความจริงแล้วร่างกายของเรานั้นสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่เพราะระบบการทำงานของร่างกายบวกกับอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบที่ผลิตคอลลาเจนในร่างกายน้อยลง เช่นเดียวกับการทำงานของระบบอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายนั้นแหละที่เราทราบกันดีว่ายิ่งอายุอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งเสื่อม

แล้วคอลลาเจนมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย? คอลลาเจน มีชื่อเสียงในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ เส้นผม เล็บ และที่ใครหลายคนมักจะไม่ค่อยรู้กันก็คือ คอลลาเจนยังช่วยในเรื่องของกระดูกและข้อต่างๆของร่างกาย เมื่อเราอายุมากขึ้นจึงมีความเป็นที่จะต้องเติมคอลลาเจนเข้าไปทดแทนในส่วนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตออกมาได้เยอะเหมือนครั้งที่เยาว์วัย

ซึ่งการเปลี่ยนทางร่างกายนั้นจะเริ่มเมื่ออายุ 25 ปี เวลาอายุที่เหมาะแก่การทานคอลลาเจนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอายุที่เข้าสู่วัย 30 ปี เรื่องริ้วรอยจะเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่อายุ 30 ปี สิ่งที่ตามมาของการขาดคอลลาเจนคือเรื่องของการปวดกระดูกและตามข้อต่างๆ ซึ่งในคนยุคสมัยใหม่ก็จะเริ่มมีอาการให้เห็นเร็วกว่าเดิมมากขึ้น แล้วเราจะทานคอลลาเจนได้จากอะไรบ้าง? ซึ่งจะมีอยู่ในทั้งอาหารจากแหล่งธรรมชาติ และ อาหารเสริม ในส่วนของอาหารนั้นอยู่ในอาหารประเภทปลา ผักใบเขียว ธัญพืชบางชนิด เป็นต้น

และอีกแบบก็คือ อาหารเสริม ที่ผลิตภัณฑ์จะมีทั้งแบบเม็ด และ แบบผง ให้ได้เลือกทาน แล้วจะทานคอลลาเจนอย่างไรให้เห็นผล? ซึ่งได้มีการทดลองจากกลุ่มคนที่ทานคอลลาเจนและจากงานวิจัยได้ออกมาบอกว่า การทานคอลลาเจนควรที่ท้องยังว่าง เพราะจะทำให้ร่างกายมีการดูดซึมได้ดี และถ้าหากเราทานคอลลาเจนพร้อมกับวิตามินซีจะยิ่งเป็นผลดี

เพราะวิตามินซีจะยิ่งเข้าช่วยกระตุ้นกระดูดซึมของร่างกายให้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ต่อมาซึ่งความเชื่อที่ว่า คอลลาเจนทานแล้วขาวจริงไหม? ต้องบอกก่อนว่าคอลลาเจนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 Type ซึ่งคอลลาเจนที่จะช่วยบำรุงและดูแลเรื่องสุขภาพผิวนั้นคือ คอลลาเจน Type 2 และ 3 ในความเป็นจริงนั้น คอลลาเจนไม่ได้มีส่วนช่วยให้ขาวขึ้นแต่อย่างใดเลย เพียงจะช่วยให้ผิวมีนุ่ม เนียน ใส ดูอ่อนวัยมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นแล้วสาวๆหนุ่มๆ

คนนั้นที่หวังจะทานคอลลาเจนให้ขาวนั้น ต้องบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแน่นอน แล้วทำไมมีคนทานคอลลาเจนแล้วมารีวิวว่าขาวล่ะ? นั้นอาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆด้วยอย่างเช่น การทาครีมจากภายนอก การทานอาหาร เป็นต้น เพราะอย่างนั้นแล้วก่อนทานอะไรนั้นไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมอะไรก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันมาให้ดีๆนะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

ถึงนอนดึกก็ยังสวยได้ถ้าทำสิ่งต่อไปนี้ 

ความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แต่หลายคนก็มักจะมองข้ามเรื่องของการดูแลตัวเอง บางคนใช้ตัวช่วยเพื่อเสิรมความงามด้วยการไปศัลยกรรม หรือบางคนก็เน้นโป๊ะครีมบำรุงทุกวัน แต่คุณอาจจะลืมไปว่าการดูแลความสวยงามที่ดีที่สุดคือการดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ เพียงแค่เราไม่นอนดึกก็สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว แต่หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนอนดึกได้ เพราะบางครั้งด้วยงานและภาระหน้าที่ก็บังคับให้สาวๆอย่างเราต้องนอนดึก และบางคนก็ติดหนุ่มเกาหลีเกินจะทิ้งกันได้ลงจึงต้องดูทีวีจนดึกดื่น นอกจะทำให้สายตาต้องทำงานหนักแล้วผิวหน้ายังโทรมอีกด้วย

ดังนั้นเราจึงหาวิธีแนะนำการนอนดึกอย่างไรให้หน้าไม่โทรมาฝากกันค่ะ

  1. ใครๆก็รู้ว่าตัวช่วยเรื่องผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสของคนเราได้ดีที่สุดก็คือน้ำ โดยปกติต่างกายของเราต้องการน้ำวันละ 6-8 แก้วอยู่แล้วแต่หากเรานอนดึกควรจะเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นไปอีก เพราะการที่เรานอนดึกจะทำให้ร่างกายของเราเสียน้ำไปมาก เราจึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเพราะให้ไปทดแทนส่วนที่หายไป แต่การดื่มควรดื่มทีละนิดหรือจิบไปบ่อยๆเรื่อยๆแทนการดื่มทีเดียวหมดแก้ว 
  2. อย่าลืมหาครีมบำรุงผิวอย่างดีมาช่วยดูแลผิวของเราให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นกว่าเดิมด้วย เพราะต่อให้เรานอนแต่หัวค่ำทุกวันแต่ผิวพรรณขาดครีมบำรุงก็ทำให้ผิวพรรณของเราแห้งกร้านไม่สวยใสได้
  3. อย่าที่รู้กันดีว่าหากนอนดึกใต้ตาจะเป็นสีดำคล้ำดังนั้น เราจึงควรหาเวลาดูแลรักษาผิวด้วยการนำแตงกวาแช่เย็นมาหั่นให้เป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาพอกที่หน้า อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น 
  4. ตื่นมาตอนเช้าควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น โดยเอาน้ำที่มาจากการแช่เย็นเมื่อคืนก็ได้ นำมาล้างหน้าแทนการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพราะหากผิวเราโดนน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายตื่นตัว รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
  5. หากมีเวลาแนะนำให้บำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว โดยนำมาหยุดใส่มือแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ทุกวัน วันละ 10 นาทีแล้วค่อยล้างน้ำออก จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
  6. และหากใครมีเวลา ก่อนนอนให้นำถุงชาที่ใช้แล้วไปแช่เย็นแล้วนำมาปิดตรงรอบตา จะช่วยให้ผิวใต้ตายผ่อนคลายได้มาก ช่วยหรือถุงใต้ตาบวมจากการนอนดึกได้มากเลยค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

มาหาผลไม้ทานสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์กันเถอะ

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนละไม้ก็เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายปลดผลไม้แต่ละชนิดมักจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันเรามาดูกันว่าผลไม้ชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์

ฝรั่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าในฝรั่งจะมีวิตามินซีเยอะรวมถึงวิตามินเอดังนั้นการกินฝรั่งจะช่วยบำรุงในเรื่องของฟันและเหงือกที่มีความแข็งแรงที่สำคัญยังช่วยป้องกันไม่ให้เราเป็นหวัดง่ายได้อีกด้วย

ลูกพรุนเป็นผลไม้ที่เหมาะให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เอาไว้ทานเล่นลูกคุณจะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโลหิตจางเนื่องจากในรูปหุ่นมีธาตุเหล็กสูงดังนั้นลูกพูดนี้จะช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกายของคุณแม่เอาไว้ใช้ในช่วงที่กำลังจะคลอดลูกได้อีกด้วย

สับปะรดอย่างที่เรารู้กันดีว่าสับปะรดจะมีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนสูงดังนั้นสับปะรดจะช่วยให้กับคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันให้มีร่างกายที่แข็งแรงและยังช่วยในเรื่องของการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่หาง่ายและกินง่ายในกล้วยจะมีทั้งแคลเซียมฟอสฟอรัสซึ่งจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณแม่และเสริมสร้างกระดูกของลูกน้อยให้แข็งแรง

มะพร้าวในมะพร้าวนั้นจะมีทั้งแคลเซี่ยมและกลูโคสรวมถึงโปรตีนสูงหากคุณแม่อ่อนเพลียเบื่ออาหารการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยได้ให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีทั้งฟอสฟอรัสแคลเซียมและเบต้าแคโรทีนซึ่งจะช่วยในเรื่องของกระดูกและฟันที่แข็งแรงสำหรับทารกที่อยู่ในครรภ์และสำหรับตัวคุณแม่เองแต่มะม่วงสุกก็อร่อยมากๆกินแล้วคุณแม่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

แตงโม ในแตงโมจะเต็มไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความดันในเลือดและแตงโมยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำสูงดังนั้นกินแล้วจะช่วยดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

แอปเปิลผลไม้ชนิดนี้มีเกลือแร่และวิตามินที่มีประโยชน์เยอะมากที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายหากกินแอปเปิลจะช่วยในเรื่องของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลไม่ให้สูงจนเกินไปแถมยังอร่อยดีและมีประโยชน์

ส้มผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากๆหาซื้อได้ง่ายรับประทานทั้งแบบเป็นผลสดสดหรือจะนำมาคันเป็นน้ำผลไม้ก็ได้กินแล้วจะอร่อยชุ่มคอช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายและช่วยในเรื่องของลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ง่ายอีกด้วย

เห็นไหมเขาว่าผลไม้แต่ละชนิดมีประโยชน์มากมายจริงๆแล้วคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถกินผลไม้ได้ทุกชนิดเพียงแต่ว่าควรจะมีการกินแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่ได้กินเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเพื่อที่จะได้รับสารอาหารได้เต็มและครบถ้วน

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

มาเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์กันเถอะ 

เชื่อว่าหลายคนเมื่อแต่งงานแล้วก็ย่อมอยากมีลูกน้อยไว้เฉยชมเป็นของตัวเองดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีแนะนำการเตรียมตัวในการเลือกรับประทานอาหารก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน

มาดูกันว่าขั้นตอนการเตรียมตัวนั้นมียังไงบ้าง

1 หาแกจะเป็นคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลือกกินอาหารอย่างไรให้เหมาะสมสำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นว่าที่คุณแม่ควรจะมีการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงในการเตรียมความพร้อมที่จะมีบุตรดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ในทุกๆวันและทุกทุกมื้อที่สำคัญอาหารที่กินคุณอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและกดโฟลิกเพื่อที่จะเป็นการบำรุงเลือดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะโดยปกติแล้วสำหรับคนที่ไปปรึกษาแพทย์เพราะอยากจะมีลูกคุณหมอมักจะให้ยากดโฟลิกมากินเป็นการบำรุงร่างกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงก็จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่ได้อีกช่องทางหนึ่งและการที่เรากินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจะไปเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะว่าเมื่อท้องแล้วคุณแม่จำเป็นจะต้องสูญเสียแคลเซี่ยมไปให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก

2 อาหารที่บำรุงเลือดได้แก่อาหารที่จะมาช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ดังนั้นคุณแม่ควรจะทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ว่าจะเป็นไข่แดงตับในถั่วอยู่ในผักขมรวมถึงสาหร่ายทะเลแล้วควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนเพราะอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นได้แก่พวกเนื้อหมูเนื้อเป็ดเนื้อไก่เนื้อกุ้งหรือแม้แต่เนื้อปลาอาหารที่บำรุงเลือดยังประกอบไปด้วยพวกโฟเลทและทองแดงซึ่งจะมีในทั้งเมล็ดทานตะวันนี่ช็อกโกแลตในผลไม้เช่นแคนตาลุป  ในผักเช่น บร็อกโครี่ผักกาดหอมหรือแม้แต่ในไม้ฝรั่งก็มี         

3 และสำหรับที่คุณแม่ที่เริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์แล้วควรจะกินไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัวอ้วนยิ่งในช่วงท้องแล้วเราก็มักจะกลัวว่าเมื่อคลอดลูกแล้วจะทำให้ลดน้ำหนักยากแต่การทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เพราะจะช่วยให้พลังงานของคุณแม่ให้คุณแม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากตอนที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนบ่อยดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต

4 และสำหรับใครที่เริ่มตั้งครรภ์แล้วมีอาการแพ้ท้องการจิบน้ำผลไม้หรือแม้แต่น้ำสมุนไพรจะช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นอาจจะจิบน้ำขิงเพื่อช่วยแก้อาการขึ้นไส้ จิบน้ำแตงโมหรือแม้แต่น้ำส้มเพื่อช่วยลดอาการขึ้นไส้เวียนศีรษะ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  alpha88

ร่างกายต้องการคอลลาเจน

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อนี้แน่ๆนั้นก็คือ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่ร่างกายต้องการ และร่างกายเองนั้นก็สามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้ไม่เหมือนโปรตีนบางชนิดที่เราต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เพื่อดึงโปรตีนมาจากสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทุกคนทราบและทำความเข้าใจว่าคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองนั้นจึงทำให้หลายๆคนปล่อยปะละเลยไป ตามหลักแล้วคอลลาเจนนั้นมีช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณทั่วร่างกาย รวมไปถึงเล็บ เส้นผม อีกทั้งยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและข้อต่างๆตามร่างกายแข็งแข็ง

เมื่อทุกคนคิดว่าการที่ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้จึงไม่จำเป็นต้องหาสารอาหารที่มีคอลลาเจนมาเติมเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นสามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีผลวิจัยออกมากล่าวว่า ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพที่น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป จะลดถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้านำปัจจัยอื่นๆมาร่วมด้วยอาจจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ร่างกายหยุดการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเร็วขึ้น และสามารถสังเกตได้ง่ายถ้าหากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงอย่าง ผิวแห้ง ผิวหมอกคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย มีสิว ริ้วรอยชัดเจน ผมบาง ผมขาดหลุดรวง รวมไปถึงอาการปวดตามข้อต่างๆภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเตือนคุณว่าร่างกายได้เริ่มหยุดสร้างคอลลาเจนแล้ว

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคอลลาเจนแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เลย เพราะแท้จริงแล้วร่างกายยังคงต้องการคอลลาเจนอยู่ แต่ร่างกายเมื่อเรามีอายุที่มาขึ้นจึงทำให้การผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นน้อยลง ฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำนั้นก็คือการเติมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ด้วยนวัฒตกรรมสมัยใหม่นั้นมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นคอลลาเจนให้ทุกคนได้เลือกซื้อมาทานทั้งแบบเป็นเม็ดและแบบเป็นผง ที่จะมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้ก็สามารถทานคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติได้อย่างเช่น เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มีคอลลาเจนสูง ผักใบเขียว ไข่ ถั่วธัญพืชต่างๆ ถึงแม้ว่าในอาหารที่คอลลาเจนที่ไม่ได้เยอะและเพียงต่อร่างกายสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไหร่ก็เป็นอีกทางเลือกได้เช่นเดียวกันทที่จะทำให้ร่างกายไม่ขาดคอลลาเจน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

การดูแลสุขภาพทั่วไป

แก้ไขกลิ่นตัว

คุณเป็นอีกหนึ่งคนใช่หรือไม่ที่มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นตัว แน่นอนแหละ เพราะดูจากสภาพอากาศของประเทศไทยที่แดดร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีเหงื่อออก และมีกลิ่นตัว แต่นอกเหนือจากสาเหตุนี้มันยังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วยนะที่สามารถทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ เคยลองเช็คหรือลองสังเกตตัวเองกันบ้างหรือป่าวว่าเรานั้นมีกลิ่นตัวมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นตัวนั้นเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างไปดูกันว่าอะไรบ้างดังนี้

1.เริ่มจากการสังเกตและหาสาเหตุว่าปัญหากลิ่นตัวของตนเองเกิดจากอะไร เพราะหลายคนมักจะละเลยสิ่งนี้ แล้วโทษสาเหตุอื่นๆ บางคนนั้นไม่ได้มีกลิ่นตัวจากการอยู่ที่แดดร้อนหรือที่อบอ้าว แต่อาจจะมาจากการใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับ ซึ่งเราทุกคนควรจะหาสาเหตุของปัญหานี้อย่างดีเสียก่อน เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด

2.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากร่างกายเราเองนั้น สิ่งที่ควรแก้ไขได้แก่

– การลดอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน อาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศอยู่มากอย่างหัวหอม ข่า ตะไคร้ และเครื่องเทศแกงกระหรี่ เนื่องจากอาหารรสจัดจะส่งผลกับกลิ่นตัว

– การเลือกใช้สบู่ในการอาบน้ำ ควรเลือกใช้สบู่ที่มีกำจัดหรือช่วยยับบั้งแบคทีเรียโดยเฉพาะ

– การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หากมีเหงื่อออกที่ใต้วงแขวนมาก ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายประเภทลูกกลิ้งอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะจะยิ่งทำให้เหนี่ยวเฉอะแฉะมากขึ้น ควรใช้ประเภทสเปรย์ หรือแป้ง เพื่อจะได้ช่วยในดูดซับความอับชื้อ

– ควรทำสครับผิว เพื่อที่จะช่วยขัดเอาเหงื่อขี้ไคลสิ่งสกปรกออกจากผิว

3.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากเสื้อผ้า ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการผลิตภัณฑ์ที่เลือกนำมาทำความสะอาดผ้า ผงซักฟอก และ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และไม่ควรตากผ้าในห้องหรือในที่ร่ม ควรที่จะตากผ้ากับแสงแดดเพื่อให้แบคทีเรียที่ยังคงเกาะตามเสื้อหายออกไป และการทำความตู้เสื้อผ้า ควรจะหมั่นทำความสะตู้เสื้อผ้าเสมอ เพราะเปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียที่จะเกาะตามเสื้อผ้าส่งผลให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้มีกลิ่น

4.การเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม เพราะสภาพอากาศประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นมีอากาศที่ร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อเรานั้นออกง่ายกว่าปกติ เราควรสวมใส่เสื้อแบบสบายๆให้ทำกิจกรรมอย่างคล่อง จากที่บอกในข้อที่แล้ว หากเสื้อผ้าที่เหม็นอับอยู่แล้วจะส่งผลให้มีกลิ่นตัวออกมา แล้วว่าด้วยเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนซึ่งจะทำให้เรานั้นเหงื่อออกก็จะยิ่งทำให้ปีปฏิกิริยากับกลิ่นของเสื้อได้ง่าย จะยิ่งทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น

5.พบแพทย์ ซึ่งการมมีกลิ่นตัวนั้นสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์และทำการรักษาให้กลิ่นลดน้อยลงหรือหายขาดได้ และสำหรับผู้ที่เหงื่ออกง่ายก็สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแก้ไขได้เดียวกัน ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางการแพทย์สามารถช่วยได้

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การรักษาสุขภาพผม

     หากจะเปรียบศีรษะของคนเราให้เหมือนบ้านเส้นผมก็คงจะต้องเปรียบเสมือนหลังคาบ้านที่เป็นเหมือนกับด่านป้องกันด่านแรกที่จะช่วยในการปกป้องหนังศีรษะของเราจากสิ่งต่างๆทั้งมลภาวะมากมายรอบตัวเราฝุ่นควันต่างๆอีกมากมายซึ่งเส้นผมของเรานั้นก็มักจะต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆเหล่านั้นอย่างมากมายในแต่ละวันจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงควรที่จะต้องดูแลและรักษาสุขภาพเส้นผมให้มีสุขภาพดีแข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง 

สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆแล้วผมก็เปรียบเสมือนมงกุฎสง่างามที่ถูกสรรสร้างขึ้นมา

โดยธรรมชาติเพื่อมอบให้กับทุกๆคน การมีผมที่ดีและสวยจะช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจและรู้สึกดีในทุกจังหวะการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้ และหากจะพูดกันถึงในทางของสุขภาพนั้นเมื่อครั้งโบราณนานมานั้นต่างก็มีความเชื่อที่ว่าเส้นผมของคนเรานี้เองที่จะเป็นเหมือนกับตัวที่คอยบ่งชัดหรือใช้ในการวัดพลังในร่างกายของมนุษย์เราทุกคน

ซึ่งจะมีหลักการในการสังเกตถึงความผิดปกติจากเส้นผม เส้นผมของแต่ละคนนั้นต่างก็จะแสดงให้เห็นถึงความเยาว์วัยช่วงอายุของแต่ละบุคคลไป โดยหากสังเกตแล้วพบถึงการที่เส้นผมนั้นมีความผิดปกติ หรืออาจจะเรียกกันว่าเส้นผมมีอาการป่วยนั้นก็สามารถที่สันนิษฐานได้ถึงปัญหาหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ซึ่งก็อาจจะรวมไปถึงทางภายนอกร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเส้นผมจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะดูแลเอาใจใส่และหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมให้มากขึ้น

จึงจะทำให้เรานั้นมีผมที่สวยน่ามองและช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจในบุคลิกตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกในส่วนของการที่จะมีสุขภาพเส้นผมที่ดีและสวยเงางามน่ามองได้นั้นก็ต้องมีการหมั่นดูแลรักษาเอาใจใส่ต่อเส้นผมของตัวเองอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ อาจจะด้วยการดูแลบำรุงเส้นผมจากภายนอกด้วยการรักษาความสะอาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผม บำรุงเส้นผมอย่างถูกวิธีหลีกเลี่ยงที่จะใช้สารเคมีแปลกปลอมกับเส้นผม ในการบำรุงเส้นผมจากภายนอกนั้นหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองมากๆแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น

เราสามารถที่จะบำรุงเส้นผมกันได้ง่ายๆโดยที่อาจจะไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่าย เปลืองแรง หรือเวลาที่มากมายเลยก็สามารถที่จะทำได้โดยทุกคนเองก็สามารถที่จะทำกันได้ง่ายโดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักในการนำไปสู่การทำลายเส้นผมที่เรารักก็ได้ โดยหลักแล้วก็ควรจะปรับเปลี่ยนความเคยชินในการสะผมอย่างการสระผมทุกวันนั้นไม่ถือว่าเป็นดีเรื่องที่ดี และควรหลีกเลี่ยงที่จะทำเป็นประจำ นอกจากนี้แล้วการบำรุงเส้นผมในทางอ้อมอย่างการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยในการบำรุงผมก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเพียงแค่การบำรุงจากภายนอกนั้นก็คงจะไม่พอ

        อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเส้นผมบนหนังศีรษะเรานั้นไม่มีประโยชน์เพราะทุกคนก็ล้วนอยากจะดูมีบุคลิกภาพที่ดี และสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมในเรื่องนี้ก็คือเส้นผมนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าละเลย หรือลืมที่จะดุแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพเส้นผมที่เรารักให้เส้นผมนั้นได้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านานเป็นเสมือนมงกุฎอันงามสง่าที่คอยอวดโฉมให้ใครต่อใครได้เอ่ยปากชม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

นอนน้อยทำให้อ้วน และนอนเท่าไหร่ถึงจะพอ

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าคนเราต้องนอนกี่ชั่วโมงกันแน่ถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย บางคนบอก 6 ชั่งโมง บางคนบอก 8 ชั่วโมง แต่สำหรับบางคนนั้นนอนกี่ชั่วโมงก็เพียงพอ ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายของร่างกายแล้วก็เป็นได้ คุณอาจจะต้องทำการพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมกับร่างกาย ให้ตื่นขึ้นมาลุกไปหาทำกิจกรรมอื่นๆให้คุณไม่ง่วง แล้วสรุปต้องนอนกี่ชั่วโมงดี เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ได้มีผลงานการวิจัยออกมาเปิดเผยว่า ระยะเวลาของการนอนที่ดีที่สุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคาบเวลาที่หลายๆคนมักจะพูดแนะนำเสมอว่า ให้นอนหลับพักนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

แล้วเพราะสาเหตุใดล่ะ ทำไมการนอน 7 ชั่วโมงถึงเป็นระยะเวลาที่ดีที่สุด นั้นเป็นเพราะว่าปกติในร่างกายเรานั้นจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งนั้นก็คือ Melatonin ซึ่งมีส่วนที่จะช่วยในเรื่องของการทำให้หลับ และ ผล Antioxidant ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการชะลอวัยได้อีกด้วย

แบบนี้ไงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงจะทำให้เรานั้นมีผิวพรรณทางกายและใบหน้าที่ดี ในระยะเวลาการนอนดังกล่าวนั้น เราควรนอนตั้งแต่กี่โมง คำตอบก็คือ ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 -23.00 น. จะเป็น Golden period ที่ร่างกายเราจะเริ่มรู้สึกง่วง และเป็นสัญญาณให้เราต้องเข้านอน ฉะนั้นแล้วเราควรไม่เกิน 22.00 น.

เพราะถ้าหากเราไม่นอน ร่างกายจะหลั่ง Cortisol หรือฮอร์โมนเครียด ออกมาแทนที่ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้เรานอนไม่หลับ และไม่มีการปิดการใช้งานของไขมัน เอาล่ะพออ่านถึงจุดนี้สาวๆหรือใครหลายคนคงคิดหนักแล้ว อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั้นแหละ ว่าการนอนน้อย นอนไม่เพียงพอ จะทำให้คุณอ้วน เพราะ Cortisol เป็น Catabolic hormone คือการสลายอาหารให้กลายมาเป็นพลังงาน จะมีการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดสูง รวมไปถึงการสลายไขมัน ซึ่งจะเป็นผลดีในภาวะที่ร่างกายเครียด แต่จะเป็นผลเสียหากน้ำตาลในเลือดสูงจะก่อให้เกิด Insulin resistance

ซึ่งปกติแล้วร่างกายเราไม่ได้ทำงานจากฮอร์โมนเพียงตัวเดียว ในร่างกายเรานั้นยังมีฮอร์โมนอีกหลายชนิดที่ถูกหลั่งออกมาพร้อมกันเพื่อช่วยในการทำงานของร่างกายได้อย่างสมดุล ซึ่งข้อมูลงานวิจัยนี้ได้ทำการออกโต้แย้งสำหรับความคิดผิดๆที่เชื่อกันว่า การนอนนานๆ การนอนเยอะ จะสามารถทำให้น้ำหนักลดได้เร็วขึ้น

เป็นความเชื่อผิดๆที่บอกว่า Cortisol จะหลั่งออกมาทำให้ร่างกายปิดการใช้งานของไขมัน เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรนอนน้อยหรือมาจนเกินไป ไม่ว่าหลังจากการตื่นนอนให้ครบตามเวลาที่กำหนดคุณอาจจะรู้สึกเหนื่อย เพลีย อยากจะนอนต่อ แต่ถึงอย่างนั้นคุณต้องพยายามที่ฉุดรั้งความคิดให้ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะง่วงนอนมากแค่ไหน แต่ร่างกายคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ลุกขึ้นมาหากิจกรรมทำดีดว่า เพราะถ้าหากคุณนอนต่อคุณจะรู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม และจะทำให้คุณรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยในแต่ละวัน นั้นจึงเป็นผลเสียส่งผลกระทบพัฒนาการหลายๆด้าน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

อาหารที่สำคัญต่อการบำรุงสมอง

บำรุงสมองด้วยอาหารทางธรรมชาติ

เปรียบเสมือนศูนย์กลางของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆให้ประสานกันอย่างไม่มีสะดุด และยังต้องควบคุมการคิด วิเคราะห์ จดจำ ตัดสินใจ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้สิ่งเหล่านี้สมองจะถูกใช้งานเป็นอย่าง รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจดจำและการทำอย่างอื่นลดลง

สิ่งที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมบำรุงสมองก็คงมีประสิทธิภาพและแข็งแรงนั้นก็คือ อาหาร เพราะสองก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องการสารเอาเข้าไปกระตุ้นการทำงานให้ทำงานได้มีประสิทธิภายในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นเราจึงจะเสนออาหารที่หาทานง่ายในการบำรุงสมอง ดังนี้

ใบบัวบก สรรพคุณของใบบัวบกที่ทุกคนต่างทราบนี้นั้นก็คือ แก้อาการช้ำใน ในตำราแพทย์จีน ใบบัวบกออกฤทธิ์เย็นมาก ช่วยในการขับถ่ายพิษร้อนและการอักเสบ มีฤทธิ์กล่อมประสาท บำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาโรคสมองเสท่อ อาการขี้หลงนี้ลืม รวมไปถึงอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย เมื่อทานแล้วมันเข้าไปช่วยในการปรับปรุงของระบบไหลเวียนเลือดในสมอง เพราะต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยง ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้สมองเสื่อมสภาพและฝ่อลง

ไข่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีน และในไข่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอย่าง โคลีน ที่จะช่วยในการพัฒนาระบบการทำงานของสมอง ช่วยในเรื่องความทรงจำ

ปลา อย่างที่ใครหลายคนมักจะพูดว่า ถ้าอยากฉลาด ให้ทานปลา นั้นก็เป็นเรื่องจริงนะ ยิ่งโดยเฉพาะปลาน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น ปลาจำพวกนี้เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์มากต่อสมอง และยังช่วยป้องกันโรคไซเมอร์ได้ด้วย

กระเทียม มีส่วนช่วยให้เรานั้นรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น คลายความเครียด ช่วยชะลอการเสื่อของเซลล์ประสาท และยังช่วยในเรื่องของด้านความจำให้ดีขึ้น

แครอท มีส่วนของวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ในเรื่องของความจำ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้อีกด้วย

ผักใบเขียว ผักใบเขียวทุกชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของสมองในด้านความจำ

สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน อุดมไปด้วยวิตามินC นอกจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยในการบำรุงสายตาแล้ว สีแดงของสตรอว์เบอร์รี่นั้นมีสารอาหารสำคัญอย่าง แอนโทไซยานิน ที่จะเข้าไปช่วยบำรุงเซลล์สมอง

ถั่วเหลือง หรือที่ใครหลายคนนั้นต่างก็เรียกว่าน้ำเต้าหู้ จะมีสารไฟโตเอสเจนที่อยู่ในถั่วเหลือง มีส่วนช่วยทำให้เซลล์ประสาทแข็งแรง ช่วยในเรื่องของการจดจำที่ดีมากขึ้น

 

 

สนับสนุนเรื่่องราวโดย  alpha88

Older posts