Category: สุขภาพ (page 2 of 3)

มาเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์กันเถอะ 

เชื่อว่าหลายคนเมื่อแต่งงานแล้วก็ย่อมอยากมีลูกน้อยไว้เฉยชมเป็นของตัวเองดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีแนะนำการเตรียมตัวในการเลือกรับประทานอาหารก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน

มาดูกันว่าขั้นตอนการเตรียมตัวนั้นมียังไงบ้าง

1 หาแกจะเป็นคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลือกกินอาหารอย่างไรให้เหมาะสมสำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นว่าที่คุณแม่ควรจะมีการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงในการเตรียมความพร้อมที่จะมีบุตรดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ในทุกๆวันและทุกทุกมื้อที่สำคัญอาหารที่กินคุณอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและกดโฟลิกเพื่อที่จะเป็นการบำรุงเลือดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะโดยปกติแล้วสำหรับคนที่ไปปรึกษาแพทย์เพราะอยากจะมีลูกคุณหมอมักจะให้ยากดโฟลิกมากินเป็นการบำรุงร่างกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงก็จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่ได้อีกช่องทางหนึ่งและการที่เรากินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจะไปเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะว่าเมื่อท้องแล้วคุณแม่จำเป็นจะต้องสูญเสียแคลเซี่ยมไปให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก

2 อาหารที่บำรุงเลือดได้แก่อาหารที่จะมาช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ดังนั้นคุณแม่ควรจะทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ว่าจะเป็นไข่แดงตับในถั่วอยู่ในผักขมรวมถึงสาหร่ายทะเลแล้วควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนเพราะอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นได้แก่พวกเนื้อหมูเนื้อเป็ดเนื้อไก่เนื้อกุ้งหรือแม้แต่เนื้อปลาอาหารที่บำรุงเลือดยังประกอบไปด้วยพวกโฟเลทและทองแดงซึ่งจะมีในทั้งเมล็ดทานตะวันนี่ช็อกโกแลตในผลไม้เช่นแคนตาลุป  ในผักเช่น บร็อกโครี่ผักกาดหอมหรือแม้แต่ในไม้ฝรั่งก็มี         

3 และสำหรับที่คุณแม่ที่เริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์แล้วควรจะกินไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัวอ้วนยิ่งในช่วงท้องแล้วเราก็มักจะกลัวว่าเมื่อคลอดลูกแล้วจะทำให้ลดน้ำหนักยากแต่การทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เพราะจะช่วยให้พลังงานของคุณแม่ให้คุณแม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากตอนที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนบ่อยดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต

4 และสำหรับใครที่เริ่มตั้งครรภ์แล้วมีอาการแพ้ท้องการจิบน้ำผลไม้หรือแม้แต่น้ำสมุนไพรจะช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นอาจจะจิบน้ำขิงเพื่อช่วยแก้อาการขึ้นไส้ จิบน้ำแตงโมหรือแม้แต่น้ำส้มเพื่อช่วยลดอาการขึ้นไส้เวียนศีรษะ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  alpha88

ร่างกายต้องการคอลลาเจน

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อนี้แน่ๆนั้นก็คือ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่ร่างกายต้องการ และร่างกายเองนั้นก็สามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้ไม่เหมือนโปรตีนบางชนิดที่เราต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เพื่อดึงโปรตีนมาจากสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทุกคนทราบและทำความเข้าใจว่าคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองนั้นจึงทำให้หลายๆคนปล่อยปะละเลยไป ตามหลักแล้วคอลลาเจนนั้นมีช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณทั่วร่างกาย รวมไปถึงเล็บ เส้นผม อีกทั้งยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและข้อต่างๆตามร่างกายแข็งแข็ง

เมื่อทุกคนคิดว่าการที่ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้จึงไม่จำเป็นต้องหาสารอาหารที่มีคอลลาเจนมาเติมเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นสามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีผลวิจัยออกมากล่าวว่า ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพที่น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป จะลดถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้านำปัจจัยอื่นๆมาร่วมด้วยอาจจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ร่างกายหยุดการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเร็วขึ้น และสามารถสังเกตได้ง่ายถ้าหากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงอย่าง ผิวแห้ง ผิวหมอกคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย มีสิว ริ้วรอยชัดเจน ผมบาง ผมขาดหลุดรวง รวมไปถึงอาการปวดตามข้อต่างๆภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเตือนคุณว่าร่างกายได้เริ่มหยุดสร้างคอลลาเจนแล้ว

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคอลลาเจนแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เลย เพราะแท้จริงแล้วร่างกายยังคงต้องการคอลลาเจนอยู่ แต่ร่างกายเมื่อเรามีอายุที่มาขึ้นจึงทำให้การผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นน้อยลง ฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำนั้นก็คือการเติมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ด้วยนวัฒตกรรมสมัยใหม่นั้นมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นคอลลาเจนให้ทุกคนได้เลือกซื้อมาทานทั้งแบบเป็นเม็ดและแบบเป็นผง ที่จะมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้ก็สามารถทานคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติได้อย่างเช่น เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มีคอลลาเจนสูง ผักใบเขียว ไข่ ถั่วธัญพืชต่างๆ ถึงแม้ว่าในอาหารที่คอลลาเจนที่ไม่ได้เยอะและเพียงต่อร่างกายสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไหร่ก็เป็นอีกทางเลือกได้เช่นเดียวกันทที่จะทำให้ร่างกายไม่ขาดคอลลาเจน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

การดูแลสุขภาพทั่วไป

แก้ไขกลิ่นตัว

คุณเป็นอีกหนึ่งคนใช่หรือไม่ที่มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นตัว แน่นอนแหละ เพราะดูจากสภาพอากาศของประเทศไทยที่แดดร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีเหงื่อออก และมีกลิ่นตัว แต่นอกเหนือจากสาเหตุนี้มันยังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วยนะที่สามารถทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ เคยลองเช็คหรือลองสังเกตตัวเองกันบ้างหรือป่าวว่าเรานั้นมีกลิ่นตัวมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นตัวนั้นเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างไปดูกันว่าอะไรบ้างดังนี้

1.เริ่มจากการสังเกตและหาสาเหตุว่าปัญหากลิ่นตัวของตนเองเกิดจากอะไร เพราะหลายคนมักจะละเลยสิ่งนี้ แล้วโทษสาเหตุอื่นๆ บางคนนั้นไม่ได้มีกลิ่นตัวจากการอยู่ที่แดดร้อนหรือที่อบอ้าว แต่อาจจะมาจากการใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับ ซึ่งเราทุกคนควรจะหาสาเหตุของปัญหานี้อย่างดีเสียก่อน เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด

2.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากร่างกายเราเองนั้น สิ่งที่ควรแก้ไขได้แก่

– การลดอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน อาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศอยู่มากอย่างหัวหอม ข่า ตะไคร้ และเครื่องเทศแกงกระหรี่ เนื่องจากอาหารรสจัดจะส่งผลกับกลิ่นตัว

– การเลือกใช้สบู่ในการอาบน้ำ ควรเลือกใช้สบู่ที่มีกำจัดหรือช่วยยับบั้งแบคทีเรียโดยเฉพาะ

– การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หากมีเหงื่อออกที่ใต้วงแขวนมาก ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายประเภทลูกกลิ้งอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะจะยิ่งทำให้เหนี่ยวเฉอะแฉะมากขึ้น ควรใช้ประเภทสเปรย์ หรือแป้ง เพื่อจะได้ช่วยในดูดซับความอับชื้อ

– ควรทำสครับผิว เพื่อที่จะช่วยขัดเอาเหงื่อขี้ไคลสิ่งสกปรกออกจากผิว

3.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากเสื้อผ้า ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการผลิตภัณฑ์ที่เลือกนำมาทำความสะอาดผ้า ผงซักฟอก และ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และไม่ควรตากผ้าในห้องหรือในที่ร่ม ควรที่จะตากผ้ากับแสงแดดเพื่อให้แบคทีเรียที่ยังคงเกาะตามเสื้อหายออกไป และการทำความตู้เสื้อผ้า ควรจะหมั่นทำความสะตู้เสื้อผ้าเสมอ เพราะเปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียที่จะเกาะตามเสื้อผ้าส่งผลให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้มีกลิ่น

4.การเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม เพราะสภาพอากาศประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นมีอากาศที่ร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อเรานั้นออกง่ายกว่าปกติ เราควรสวมใส่เสื้อแบบสบายๆให้ทำกิจกรรมอย่างคล่อง จากที่บอกในข้อที่แล้ว หากเสื้อผ้าที่เหม็นอับอยู่แล้วจะส่งผลให้มีกลิ่นตัวออกมา แล้วว่าด้วยเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนซึ่งจะทำให้เรานั้นเหงื่อออกก็จะยิ่งทำให้ปีปฏิกิริยากับกลิ่นของเสื้อได้ง่าย จะยิ่งทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น

5.พบแพทย์ ซึ่งการมมีกลิ่นตัวนั้นสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์และทำการรักษาให้กลิ่นลดน้อยลงหรือหายขาดได้ และสำหรับผู้ที่เหงื่ออกง่ายก็สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแก้ไขได้เดียวกัน ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางการแพทย์สามารถช่วยได้

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การรักษาสุขภาพผม

     หากจะเปรียบศีรษะของคนเราให้เหมือนบ้านเส้นผมก็คงจะต้องเปรียบเสมือนหลังคาบ้านที่เป็นเหมือนกับด่านป้องกันด่านแรกที่จะช่วยในการปกป้องหนังศีรษะของเราจากสิ่งต่างๆทั้งมลภาวะมากมายรอบตัวเราฝุ่นควันต่างๆอีกมากมายซึ่งเส้นผมของเรานั้นก็มักจะต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆเหล่านั้นอย่างมากมายในแต่ละวันจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงควรที่จะต้องดูแลและรักษาสุขภาพเส้นผมให้มีสุขภาพดีแข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง 

สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆแล้วผมก็เปรียบเสมือนมงกุฎสง่างามที่ถูกสรรสร้างขึ้นมา

โดยธรรมชาติเพื่อมอบให้กับทุกๆคน การมีผมที่ดีและสวยจะช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจและรู้สึกดีในทุกจังหวะการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้ และหากจะพูดกันถึงในทางของสุขภาพนั้นเมื่อครั้งโบราณนานมานั้นต่างก็มีความเชื่อที่ว่าเส้นผมของคนเรานี้เองที่จะเป็นเหมือนกับตัวที่คอยบ่งชัดหรือใช้ในการวัดพลังในร่างกายของมนุษย์เราทุกคน

ซึ่งจะมีหลักการในการสังเกตถึงความผิดปกติจากเส้นผม เส้นผมของแต่ละคนนั้นต่างก็จะแสดงให้เห็นถึงความเยาว์วัยช่วงอายุของแต่ละบุคคลไป โดยหากสังเกตแล้วพบถึงการที่เส้นผมนั้นมีความผิดปกติ หรืออาจจะเรียกกันว่าเส้นผมมีอาการป่วยนั้นก็สามารถที่สันนิษฐานได้ถึงปัญหาหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ซึ่งก็อาจจะรวมไปถึงทางภายนอกร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเส้นผมจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะดูแลเอาใจใส่และหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมให้มากขึ้น

จึงจะทำให้เรานั้นมีผมที่สวยน่ามองและช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจในบุคลิกตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกในส่วนของการที่จะมีสุขภาพเส้นผมที่ดีและสวยเงางามน่ามองได้นั้นก็ต้องมีการหมั่นดูแลรักษาเอาใจใส่ต่อเส้นผมของตัวเองอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ อาจจะด้วยการดูแลบำรุงเส้นผมจากภายนอกด้วยการรักษาความสะอาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผม บำรุงเส้นผมอย่างถูกวิธีหลีกเลี่ยงที่จะใช้สารเคมีแปลกปลอมกับเส้นผม ในการบำรุงเส้นผมจากภายนอกนั้นหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองมากๆแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น

เราสามารถที่จะบำรุงเส้นผมกันได้ง่ายๆโดยที่อาจจะไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่าย เปลืองแรง หรือเวลาที่มากมายเลยก็สามารถที่จะทำได้โดยทุกคนเองก็สามารถที่จะทำกันได้ง่ายโดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักในการนำไปสู่การทำลายเส้นผมที่เรารักก็ได้ โดยหลักแล้วก็ควรจะปรับเปลี่ยนความเคยชินในการสะผมอย่างการสระผมทุกวันนั้นไม่ถือว่าเป็นดีเรื่องที่ดี และควรหลีกเลี่ยงที่จะทำเป็นประจำ นอกจากนี้แล้วการบำรุงเส้นผมในทางอ้อมอย่างการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยในการบำรุงผมก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเพียงแค่การบำรุงจากภายนอกนั้นก็คงจะไม่พอ

        อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเส้นผมบนหนังศีรษะเรานั้นไม่มีประโยชน์เพราะทุกคนก็ล้วนอยากจะดูมีบุคลิกภาพที่ดี และสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมในเรื่องนี้ก็คือเส้นผมนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าละเลย หรือลืมที่จะดุแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพเส้นผมที่เรารักให้เส้นผมนั้นได้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านานเป็นเสมือนมงกุฎอันงามสง่าที่คอยอวดโฉมให้ใครต่อใครได้เอ่ยปากชม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

นอนน้อยทำให้อ้วน และนอนเท่าไหร่ถึงจะพอ

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าคนเราต้องนอนกี่ชั่วโมงกันแน่ถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย บางคนบอก 6 ชั่งโมง บางคนบอก 8 ชั่วโมง แต่สำหรับบางคนนั้นนอนกี่ชั่วโมงก็เพียงพอ ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายของร่างกายแล้วก็เป็นได้ คุณอาจจะต้องทำการพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมกับร่างกาย ให้ตื่นขึ้นมาลุกไปหาทำกิจกรรมอื่นๆให้คุณไม่ง่วง แล้วสรุปต้องนอนกี่ชั่วโมงดี เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ได้มีผลงานการวิจัยออกมาเปิดเผยว่า ระยะเวลาของการนอนที่ดีที่สุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคาบเวลาที่หลายๆคนมักจะพูดแนะนำเสมอว่า ให้นอนหลับพักนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

แล้วเพราะสาเหตุใดล่ะ ทำไมการนอน 7 ชั่วโมงถึงเป็นระยะเวลาที่ดีที่สุด นั้นเป็นเพราะว่าปกติในร่างกายเรานั้นจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งนั้นก็คือ Melatonin ซึ่งมีส่วนที่จะช่วยในเรื่องของการทำให้หลับ และ ผล Antioxidant ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการชะลอวัยได้อีกด้วย

แบบนี้ไงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงจะทำให้เรานั้นมีผิวพรรณทางกายและใบหน้าที่ดี ในระยะเวลาการนอนดังกล่าวนั้น เราควรนอนตั้งแต่กี่โมง คำตอบก็คือ ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 -23.00 น. จะเป็น Golden period ที่ร่างกายเราจะเริ่มรู้สึกง่วง และเป็นสัญญาณให้เราต้องเข้านอน ฉะนั้นแล้วเราควรไม่เกิน 22.00 น.

เพราะถ้าหากเราไม่นอน ร่างกายจะหลั่ง Cortisol หรือฮอร์โมนเครียด ออกมาแทนที่ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้เรานอนไม่หลับ และไม่มีการปิดการใช้งานของไขมัน เอาล่ะพออ่านถึงจุดนี้สาวๆหรือใครหลายคนคงคิดหนักแล้ว อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั้นแหละ ว่าการนอนน้อย นอนไม่เพียงพอ จะทำให้คุณอ้วน เพราะ Cortisol เป็น Catabolic hormone คือการสลายอาหารให้กลายมาเป็นพลังงาน จะมีการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดสูง รวมไปถึงการสลายไขมัน ซึ่งจะเป็นผลดีในภาวะที่ร่างกายเครียด แต่จะเป็นผลเสียหากน้ำตาลในเลือดสูงจะก่อให้เกิด Insulin resistance

ซึ่งปกติแล้วร่างกายเราไม่ได้ทำงานจากฮอร์โมนเพียงตัวเดียว ในร่างกายเรานั้นยังมีฮอร์โมนอีกหลายชนิดที่ถูกหลั่งออกมาพร้อมกันเพื่อช่วยในการทำงานของร่างกายได้อย่างสมดุล ซึ่งข้อมูลงานวิจัยนี้ได้ทำการออกโต้แย้งสำหรับความคิดผิดๆที่เชื่อกันว่า การนอนนานๆ การนอนเยอะ จะสามารถทำให้น้ำหนักลดได้เร็วขึ้น

เป็นความเชื่อผิดๆที่บอกว่า Cortisol จะหลั่งออกมาทำให้ร่างกายปิดการใช้งานของไขมัน เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรนอนน้อยหรือมาจนเกินไป ไม่ว่าหลังจากการตื่นนอนให้ครบตามเวลาที่กำหนดคุณอาจจะรู้สึกเหนื่อย เพลีย อยากจะนอนต่อ แต่ถึงอย่างนั้นคุณต้องพยายามที่ฉุดรั้งความคิดให้ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะง่วงนอนมากแค่ไหน แต่ร่างกายคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ลุกขึ้นมาหากิจกรรมทำดีดว่า เพราะถ้าหากคุณนอนต่อคุณจะรู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม และจะทำให้คุณรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยในแต่ละวัน นั้นจึงเป็นผลเสียส่งผลกระทบพัฒนาการหลายๆด้าน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

อาหารที่สำคัญต่อการบำรุงสมอง

บำรุงสมองด้วยอาหารทางธรรมชาติ

เปรียบเสมือนศูนย์กลางของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆให้ประสานกันอย่างไม่มีสะดุด และยังต้องควบคุมการคิด วิเคราะห์ จดจำ ตัดสินใจ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้สิ่งเหล่านี้สมองจะถูกใช้งานเป็นอย่าง รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจดจำและการทำอย่างอื่นลดลง

สิ่งที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมบำรุงสมองก็คงมีประสิทธิภาพและแข็งแรงนั้นก็คือ อาหาร เพราะสองก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องการสารเอาเข้าไปกระตุ้นการทำงานให้ทำงานได้มีประสิทธิภายในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นเราจึงจะเสนออาหารที่หาทานง่ายในการบำรุงสมอง ดังนี้

ใบบัวบก สรรพคุณของใบบัวบกที่ทุกคนต่างทราบนี้นั้นก็คือ แก้อาการช้ำใน ในตำราแพทย์จีน ใบบัวบกออกฤทธิ์เย็นมาก ช่วยในการขับถ่ายพิษร้อนและการอักเสบ มีฤทธิ์กล่อมประสาท บำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาโรคสมองเสท่อ อาการขี้หลงนี้ลืม รวมไปถึงอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย เมื่อทานแล้วมันเข้าไปช่วยในการปรับปรุงของระบบไหลเวียนเลือดในสมอง เพราะต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยง ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้สมองเสื่อมสภาพและฝ่อลง

ไข่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีน และในไข่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอย่าง โคลีน ที่จะช่วยในการพัฒนาระบบการทำงานของสมอง ช่วยในเรื่องความทรงจำ

ปลา อย่างที่ใครหลายคนมักจะพูดว่า ถ้าอยากฉลาด ให้ทานปลา นั้นก็เป็นเรื่องจริงนะ ยิ่งโดยเฉพาะปลาน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น ปลาจำพวกนี้เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์มากต่อสมอง และยังช่วยป้องกันโรคไซเมอร์ได้ด้วย

กระเทียม มีส่วนช่วยให้เรานั้นรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น คลายความเครียด ช่วยชะลอการเสื่อของเซลล์ประสาท และยังช่วยในเรื่องของด้านความจำให้ดีขึ้น

แครอท มีส่วนของวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ในเรื่องของความจำ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้อีกด้วย

ผักใบเขียว ผักใบเขียวทุกชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของสมองในด้านความจำ

สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน อุดมไปด้วยวิตามินC นอกจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยในการบำรุงสายตาแล้ว สีแดงของสตรอว์เบอร์รี่นั้นมีสารอาหารสำคัญอย่าง แอนโทไซยานิน ที่จะเข้าไปช่วยบำรุงเซลล์สมอง

ถั่วเหลือง หรือที่ใครหลายคนนั้นต่างก็เรียกว่าน้ำเต้าหู้ จะมีสารไฟโตเอสเจนที่อยู่ในถั่วเหลือง มีส่วนช่วยทำให้เซลล์ประสาทแข็งแรง ช่วยในเรื่องของการจดจำที่ดีมากขึ้น

 

 

สนับสนุนเรื่่องราวโดย  alpha88

บำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

การบำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

ตับ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย หน้าที่ของมันคือ การคัดกรองของเสีย ขจัดสารพิษสิ่งตกค้างที่ได้รับมาจากการทานอาหารให้ออกไปจากร่างกาย เพราะปัจจุบันมีอาหารหลากหลายประเภทที่คุณเลือกรับประทานเข้าไปแม้จะรู้ว่ามันให้โทษต่อร่างกาย แต่ด้วยรสชาติที่ดึงดูดนั้นก็เป็นสิ่งที่มองข้ามของโทษในอาหารไปได้แล้ว ฉะนั้นแล้วเราควรหันมาใส่ร่างกายของตัวเองบ้าง ทำความเข้าใจกับอาหารที่อย่างที่จะรับประทานอย่างระมัดระวัง เพราะอาหารส่วนเกินจะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันในตับ และถูกสะสมไว้ในร่างกายมากขึ้น คุณคงคิดว่าการดูแลอวัยวะภายในคงต้องทานอาหารดีๆแพงๆเพื่อที่จะได้รับสารอาหารที่ดีไปบำรุงตับ

แต่ที่จริงแล้วอาหารเหล่านั้นสามารถหาทานได้ง่ายกว่าที่คุณคิด เพราะอาหารที่พบเจอได้ทั่วไปและไม่มีสารเคมีใดๆ

กะหล่ำปลี จะช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เมื่อทานแล้วจะเข้าไปเพิ่มกลูต้าไธโอนในร่างกาย ช่วยล้างสารพิษ

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไจมัน กลูโคส และกรดซิตริก ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของตับได้ แต่การทานลิ้นจ่ไม่เหมาะคนที่มีอาการอย่างเจ็บคอ คอแห้ง ปวดฟัน หรือท้องผูก เพราะจะยิ่งเข้าไปทำให้อาการเหล่านั้นกำเริบ

แครอท มีวิตามินหลายชนิดอย่างวิตามิน A B1 B2 C D K และยังมีกรดโฟลิกฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทกเซียม ธาตุเหล็ก สักกะสี ทองแดง มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด และบรรเทาอาหารไม่ย่อยได้ดีขึ้น

ผักใบเขียว บางคนเห็นผักสีเขียวก็เขี่ยทิ้งแล้ว แต่ผักใบเขียวทุกชนิดนี่แหละที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของตับได้ดี ช่วยชะล้างสารเคมีที่สะสมในตับอย่างหมดจด

ชาเขียว เพราะในชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอย่างมาก มีส่วนช่วยบำรุงตับได้ดี และสามารถป้องกันความเสี่ยงในการเปิดโรงมะเร็งตับได้อีกด้วย

มันเทศ มีส่วนประกอบของ กลูโคชิโนเลต เป็นสารอาหารที่อยู่ในพืชผัก จะช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตเอมไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอมไซม์ที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร

เห็ด ในเห็นทุกชนิดจะช่วยลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและที่อยู่ในกระแสเลือด ป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และเพิ่มปริมาณเม็กเลือดขาวอีกด้วย

ข้าวกล้อง เพราะมีคาร์โบไฮเดรตสูง มีวิตามินบีรวม หากทานในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสมจะช่วยเข้าไปสร้างไกลโคเจนที่อยู่ในตับให้แข็งแรง

เนื้อปลา ตับต้องการสารอาหารประเภทโอเมก้า3เข้าไปเพื่อจะนำไปบำรุงการทำงานของตับให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในเนื้อปลานั้นก็มีสารอาหารเหล่านี้ที่ตับต้องการ

มะขามป้อม หากเทียบกับแอปเปิ้ลแล้ว มะขามป้อมนั้นมีวิตามินCที่สูงกว่าถึง 160 เท่า ช่วยในการป้องกัยการเกิดพิษโลหะหนักต่อตับ ช่วยยับยั่งการเกิดมะเร็งตับ และยังช่วยในการรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

มาเป็นคนรักสุขภาพและดูแลให้ถูกวิธีกันดีกว่า

ซึ่งมีหลายๆคนที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้เพื่อดูแลสุขภาพ อย่างไรกัน

ซึ่งก็ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำอะไรเลย และไม่ว่าจะเป็นวิธีลดน้ำหนัก หรือการงาน ซึ่งหลายๆคนนั้นต่างก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้เพื่อจะไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ แล้วก็ต้องเก็บเงินให้ได้อย่างที่คิดเอาไว้  และก็ยังไม่สามารถทำได้เลย ได้แต่คิดและก็ไม่เคยที่จะลงมือทำมันได้เลยและแบบนี้เราจะลงมือทำได้สำเร็จเมื่อไร ซึ่งวันนี้เรามีวิธีแนะนำการดูแลสุขภาพมาฝากด้วยเช่นกัน

สำหรับการกินนั้นสำคัญอย่างไร ซึ่งสำคัญเราควรใส่ใจในการเลือกอาหารในการรับประทานก่อนและถ้าในการกินอาหารนั้นมีคุณค่าและดีคุณจะได้รับคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์แล้วถ้าคุณรับประทานอาหารที่ไม่ดีนั้นทางด้านสุขภาพของคุณนั้นก็สามารถแย่ลงได้ในเวลาต่อไปและสำหรับท่านที่รับประทานอาหารที่ดีนั้นมันก็จะส่งผลที่ดีสำหรับด้านสุขภาพของคุณเอง

ซึ่งในเวลาทำงานนั้นมันจะทำให้ด้านระบบเผาผลานของคุณเองดีขึ้นด้วยเช่นกันและถ้าเรารับประทานแบบไม่เลือกและไม่ได้ใส่ใจด้านสุขภาพ ซึ่งมันจะมีผลต่อระบบในการทำงานที่สำคัญของร่างกายและจะทำให้ร่างกายของคุณนั้นดูแย่ลงและหลักการรับประทานนั้นซึ่งก็เหมือนกับสิ่งที่เรานั้นเคยเรียนมาเลยแหล่ะ ซึ่งเรานั้นควรกินอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่และไม่รับประทานของหวานแล้วน้ำอัดลม

สิ่งสำคัญต้องพักผ่อนให้สม่ำเสมอ และเข้านอนให้เร็วขึ้น  คนเราอย่างน้อยต้องพักผ่อนให้ครบแปดชั่วโมงด้วยกันถึงจะเป็นการพักผ่อนที่ดีสำหรับการพักผ่อน 

ซึ่งมันสามารถทำร่างกายของเรานั้นเวลาตื่นเช้าขึ้นมาจะสดชื่นและอามรณ์ดีในยามเช้าและถ้าเรานั้นพักผ่อนครบแปดชั่วโมงและถ้าหากคุณพักผ่อนไม่เป็นเวลาแล้วละก็เวลาคุณตื่นเช้ามาก็ไม่ค่อยจะสดชื่นสักเท่าไรซึ่งคุณเองก็ควรแบ่งเวลานอนพักผ่อนให้เป็นเวลาซึ่งเวลาประมานตีหนึ่งหรือตีสามนั้นเป็นเวลาของระบบเผาผลานของร่างกาย

ซึ่งจะเข้าไปซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอและสิ่งสำคัญเราควรจัดเวลาหรือแบ่งเวลานอนและในช่วงเวลาของตีหนึ่งหรือตีสามนั้นสามารถทำให้เราหน้าอ่อนวัยลงอีกหนึ่งสำคัญควรไปตรวจสุขภาพประจำปีในการตรวจนั้นทำให้เรานั้นสามารถรู้ข้างต้นได้เลยว่าเราจะเกิดโรคอะไรบ้างควรเลือกอาหารที่สามารถดูแลสุขภาพเราและหลีกเลี่ยงของที่ทำให้สุขภาพเราแย่ลง

สำหรับตรวจสุขภาพนั้นจำเป็นต้องตรวจให้ครบทุกปีซึ่งเรานั้นสามารถรู้เท่าทันกับโรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้ข้างหน้าและเรารู้ก่อนว่าเรานั้นจะเกิดโรคอะไรคุณเองก็สามารถแก้ไขได้ทันทีตั้งแต่เนิ่นๆ 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้ด้วยเว็บ ole777

การลดน้ำหนักเพื่อให้เรานั้นได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น 

ใช่ค่ะไม่ว่าเรานั้นจะหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนเดียวนี้ควบคุมการกินอาหารและรู้จักการดูแลตัวเอง

เพื่อให้ไม่ใช้อ้วนเพื่อที่จะใช่ชุดสวยไม่ได้และหันมาออกกำลังกายกันอย่างมากขึ้น   เพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดีเพราะว่ายุคนี้ต้องยกให้แห่งการดูแลตัวเองเพราะไม่ว่าจะเป็นเหล่าดาราหรือว่าประชาชนคนปรกตินั้นก็หันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น หันมาดูแลทางร่างกาย หรืออาหารการกิน  เริ่มที่จากการกินอาหารคลีนกันเยอะขึ้น   

 

เหล่าคนที่ทำงานนั้นก็หันมาใช้เวลาหลังเลิกงานนั้นในการออกกำลังกายเพื่อที่จะอยากมีสุขภาพที่ดี  หรือว่าสำหรับบางคนนั้นก็ทำงานบ้านอยู่ที่บ้านเพราะว่าไม่มีเวลาที่จะมาออกกำลังกายข้างนอก ด้วยการทำงานบ้านไป  ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งนะค่ะ  

เริ่มจากการที่เรานั้นอยากจะลดน้ำหนักนั้นเราต้องควบคุมการกินของตัวเองใหม่จัดระเบียบในการกินใหม่ 

เพื่อไม่ให้มีไขมันในร่างกายเยอะ เริ่มจากที่เรานั้นต้องพยายามเลิกกินของทอดทุกชนิด หรือว่าถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็ค่อยๆลดให้น้อยลงมาก็ได้  แล้วเรานั้นต้องหันมากินข้าวเช้า ให้ตรงเวลาเพื่อที่เรานั้นจะได้ไม่หิวมากในตอนเย็น การที่เรานั้นกินข้าวเช้านั้นเราอยากจะกินมากแค่ไหนตามใจเราเลย เพราะว่าอาหารเช้านั้นสำคัญต่อร่างกาย  

หลังจากที่เรานั้นเริ่มควบคุมอาหารแล้ว คราวนี้เราก็ต้องทำตัวปฎิบัติร่างกายของเรานั้นให้อยู่ในกฎเพื่อที่เรานั้นจะควบคุมอาหารไม่ให้เรานั้นอ้วน  และเมื่อเรานั้นรับประทานอาหารสามมื้อครบ แล้วหลังจากนั้นเราควรที่จะเดินให้ร่างกายของเราค่อยย่อยในขณะที่เรานั้นพึ่งจะกินอาหารเสร็จใหม่ๆเรานั้นไม่สมควรที่นะนอนเลย เรานั้นต้องเดินเพื่อที่ให้อาหารที่เรานั้นทานเข้าไปให้ย่อยก่อน   หรือว่าสำหรับบางคนเขาก็ไม่กินข้าวเย็นเพราะว่ากลัวอ้วนหรือว่ากำลังจะลดหุ่นเพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นอ้วน

 

โรคอ้วนนั้น อาจจะทำให้เรานั้นเป็นโรคได้หลายโรคเลย ดังนั้นเราควรที่จะหันมาออกกำลังกายกันดีกว่า เพื่อที่เรานั้นจะได้ไม่อ้วนและไม่เป็นโรคอีกด้วย  เพียงแค่เรานั้นหันมาควบคุมการกินอาหารของตัวเอง พยายามที่จะไม่กินของมัน หรือของทอดจนมากเกินไป หรืออาหารจำพวกปิ้งย่างเป็นต้น หรือว่าหมูกระทะ  

เพราะว่าเดียวนี้คนไทยนั้นส่วนมากหันมาดูแลและใส่ใจกันอย่างมาก  ในเรื่องของสุขภาพการดูแลตัวเองไม่ให้อ้วน เพื่อที่เรานั้นจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง และห่างจากโรคอ้วน 

 

ขอขอบคุณที่มาของเรื่องราวที่นำมาเสนอโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

อาหารธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวสวย

ด้วยสภาพอากาศและแดดประเทศไทย ทำให้หลายๆคนกลัวเรื่องผิวจะหมองคล้ำ ผิวไหม้ ต่างๆนานา

เลยเลือกบำรุงผิวด้วยการทาครีมกันแดด ครีมฟื้นฟูสภาพผิว แน่นอนว่านั้นคือวิธีที่ถูกต้องและควรทำ แต่นั้นก็เป็นวิธีการที่ดูแลแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะระบบการสร้างเม็ดสีของร่างกายมนุษย์เรานั้นเกิดขึ้นจากภายใน การทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญ เพราะสารอาหารแต่ละชนิดที่ได้รับเข้าไปในร่างกายถูกนำไปเสริมสร้างในส่วนต่างๆ และอาหารที่ช่วยในการบำรุงผิวมีดังนี้

1.ดาร์กช็อคโกแลต  การทานช็อคโกแลตที่ใครๆก็ทราบกันว่ามีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีแล้วนั้น สารโกโก้ฟลาโวนอยส์ที่อยู่ดาร์กช็อคโกแลตยังสามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ฟื้นฟูนุ่มชุ่มชื้น แต่ควรในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะจนเกินไป

2.โยเกิร์ต  โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารจากไบโอติน ที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว บำรุงเส้นผม เล็บให้แข็งแรง และยังอุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยในการย่อยสลายไขมัน นอกจากจะทำให้ผิวพรรณดีแล้วยังช่วยในเรื่องการระบบขับถ่าย ที่จะทำให้ร่างกายมีสัดส่วนที่กระชับยิ่งขึ้น

3.เมล่อน   เมล่อนเป็นผลที่เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น ในเมเล่อนมีสารคาโรทีนอยด์ ที่ช่วยลดาการเกิดสิว ให้ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นแก่ผิว และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

4.แซลมอน   ปลาแซลมอนเป็นปลาทะเลน้ำลึก ที่มีโอเมก้า3 หากได้ทานแล้วจะมีประโยชน์ต่อระบบการทำงานของหัวใจ และยังดีต่อผิว เพราะโอเมก้า3 สามารถลดการอักเสบของสิว ลดรอยแดงที่เกิดจากสิว ป้องกันความหมองคล้ำ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นจากน้ำมันที่ได้รับจากธรรมชาติ

5.ผักใบเขียว   ผักที่มีสีเขียวหรือผักใบเขียวที่หลายๆคนคงจะเคยเห็น แต่มักจะไม่ชอบทานกัน แต่ผักพวกนี้มีประโยชน์และสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลผิวอย่าง วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยปกป้องและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิว และยังช่วยป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดกับรังสีที่จะเข้ามาทำร้ายผิว

6.ส้มโอ   ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารอย่างไลโคปีนอยู่มาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพการทำงานในการปกป้องเซลล์ที่จะต้องเจอกับรังสียูวี และมลพิษต่างๆ

7.น้ำเปล่า   น้ำเปล่า ดื่มแล้วนอกจากจะทำให้สดชื่น จะยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้น มีส่วนช่วยไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย เพราะความชุ่มชื่นเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวที่มีสุขภาพดี การดื่มน้ำเยอะๆจะช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง

8.เมล็ดป่าน  เป็นเมล็ดเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า3 และสารอาหารอย่างโปรตีนประกอบอีกด้วย สารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ผิวหมองคล้ำนั้นกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย

9.มะละกอ  มะละกอเป็นผลไม้ที่เต็มไปใยอาหารสำคัญอย่าง โฟเลต ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามิน ที่ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง

10.มันฝรั่งหวาน  ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด รังสียูวี หรือมลภาวะรอบตัว และยังช่วยทำให้ดูอ่อนวัย ไม่แก่ก่อนวัยอันควร

11.เบอร์รี่  ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆแล้วแต่ชอบทานนั้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการบำรุงให้ผิวขาวใสยิ่งขึ้น และยังช่วยลดปัญหาของสิวอีกด้วย

12.ชาเขียว  การดื่มชาเขียวหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของชาเขียว จะช่วยปรับระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว และในชาเขียวก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

13.แครอท  ในแครอทมีวิตามินซี เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย เพราะคอลลาเจนจะทำให้ลดการเกิดริ้วรอย และยังมีวิตามิน ที่ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

14.อะโวคาโด  น้ำมันที่ได้รับจากการทานอะโวคาโด จะเข้าไปบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมากขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการลดริ้วรอย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส

15.แตงกวา  แตงกวาเต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่มามายที่จำเป็นต่อร่างกาย การทานแตงกว่าจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น สดใส ดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ขอขอบคุณที่มาของบทความเหล่านี้จากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Older posts Newer posts