Month: ธันวาคม 2019

อาหารธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวสวย

ด้วยสภาพอากาศและแดดประเทศไทย ทำให้หลายๆคนกลัวเรื่องผิวจะหมองคล้ำ ผิวไหม้ ต่างๆนานา

เลยเลือกบำรุงผิวด้วยการทาครีมกันแดด ครีมฟื้นฟูสภาพผิว แน่นอนว่านั้นคือวิธีที่ถูกต้องและควรทำ แต่นั้นก็เป็นวิธีการที่ดูแลแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะระบบการสร้างเม็ดสีของร่างกายมนุษย์เรานั้นเกิดขึ้นจากภายใน การทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญ เพราะสารอาหารแต่ละชนิดที่ได้รับเข้าไปในร่างกายถูกนำไปเสริมสร้างในส่วนต่างๆ และอาหารที่ช่วยในการบำรุงผิวมีดังนี้

1.ดาร์กช็อคโกแลต  การทานช็อคโกแลตที่ใครๆก็ทราบกันว่ามีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีแล้วนั้น สารโกโก้ฟลาโวนอยส์ที่อยู่ดาร์กช็อคโกแลตยังสามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ฟื้นฟูนุ่มชุ่มชื้น แต่ควรในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะจนเกินไป

2.โยเกิร์ต  โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารจากไบโอติน ที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว บำรุงเส้นผม เล็บให้แข็งแรง และยังอุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยในการย่อยสลายไขมัน นอกจากจะทำให้ผิวพรรณดีแล้วยังช่วยในเรื่องการระบบขับถ่าย ที่จะทำให้ร่างกายมีสัดส่วนที่กระชับยิ่งขึ้น

3.เมล่อน   เมล่อนเป็นผลที่เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น ในเมเล่อนมีสารคาโรทีนอยด์ ที่ช่วยลดาการเกิดสิว ให้ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นแก่ผิว และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

4.แซลมอน   ปลาแซลมอนเป็นปลาทะเลน้ำลึก ที่มีโอเมก้า3 หากได้ทานแล้วจะมีประโยชน์ต่อระบบการทำงานของหัวใจ และยังดีต่อผิว เพราะโอเมก้า3 สามารถลดการอักเสบของสิว ลดรอยแดงที่เกิดจากสิว ป้องกันความหมองคล้ำ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นจากน้ำมันที่ได้รับจากธรรมชาติ

5.ผักใบเขียว   ผักที่มีสีเขียวหรือผักใบเขียวที่หลายๆคนคงจะเคยเห็น แต่มักจะไม่ชอบทานกัน แต่ผักพวกนี้มีประโยชน์และสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลผิวอย่าง วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยปกป้องและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิว และยังช่วยป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดกับรังสีที่จะเข้ามาทำร้ายผิว

6.ส้มโอ   ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารอย่างไลโคปีนอยู่มาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพการทำงานในการปกป้องเซลล์ที่จะต้องเจอกับรังสียูวี และมลพิษต่างๆ

7.น้ำเปล่า   น้ำเปล่า ดื่มแล้วนอกจากจะทำให้สดชื่น จะยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้น มีส่วนช่วยไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย เพราะความชุ่มชื่นเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวที่มีสุขภาพดี การดื่มน้ำเยอะๆจะช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง

8.เมล็ดป่าน  เป็นเมล็ดเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า3 และสารอาหารอย่างโปรตีนประกอบอีกด้วย สารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ผิวหมองคล้ำนั้นกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย

9.มะละกอ  มะละกอเป็นผลไม้ที่เต็มไปใยอาหารสำคัญอย่าง โฟเลต ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามิน ที่ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง

10.มันฝรั่งหวาน  ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด รังสียูวี หรือมลภาวะรอบตัว และยังช่วยทำให้ดูอ่อนวัย ไม่แก่ก่อนวัยอันควร

11.เบอร์รี่  ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆแล้วแต่ชอบทานนั้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการบำรุงให้ผิวขาวใสยิ่งขึ้น และยังช่วยลดปัญหาของสิวอีกด้วย

12.ชาเขียว  การดื่มชาเขียวหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของชาเขียว จะช่วยปรับระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว และในชาเขียวก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

13.แครอท  ในแครอทมีวิตามินซี เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย เพราะคอลลาเจนจะทำให้ลดการเกิดริ้วรอย และยังมีวิตามิน ที่ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

14.อะโวคาโด  น้ำมันที่ได้รับจากการทานอะโวคาโด จะเข้าไปบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมากขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการลดริ้วรอย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส

15.แตงกวา  แตงกวาเต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่มามายที่จำเป็นต่อร่างกาย การทานแตงกว่าจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น สดใส ดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ขอขอบคุณที่มาของบทความเหล่านี้จากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

อาการแพ้อาหาร  

เป็นผู้ป่วยที่ได้รับอาหารเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้มีความผิดปกติทางเดินอาหารหรือเกิดอาการที่หายใจติดขัดเริ่มมีอาการโคนลิ้นแข็ง ปากบวม  หรือลมพิษนั้นขึ้น แต่ถ้ามีอาการหายใจไม่ออกนั้นเราควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่เรานั้นจะได้ให้หมอรักษาได้ทันที

อาการแพ้อาการแพ้อาหารนั้นแล้วแต่ว่าแต่ละคนนั้นมีอาการแพ้แบบไหนบางคนแพ้แค่แปบเดียวเดียวก็หายสักประมาณสักชั่วโมงหลังจากที่เราเกิดอาการแพ้  บางคนก็ออกเป็นในแนวทางอาการท้องเสีย ถ่ายท้อง บวกกับมีอาการอาเจียนร่วมด้วย บางคนนั้นเป็นทั้งปวดหัว ถ่ายท้องแล้วก็อาเจียน อาเจียนจนไม่เหลืออะไรข้างในท้องเลย แถมยังมีอาการมึนงง เข้าไปด้วย บางเป็นหนักถึงกับเสียชีวิตได้เลย

เราควรดูและสังเกตตัวเองว่าเมื่อเรากินอาหารประเภทไหนที่เกิดอาการแพ้เราก็อย่าไปกิน  

แต่ว่าบางคนที่เขารู้ตัวเองนั้นแพ้กุ้ง ยกตัวอย่าง คนที่เขาแพ้กุ้งแต่ว่าอยากกินกุ้ง เริ่มมีอากรคันและเหมือนจะเป็นลมพิษ พอสักพักอาการเหล่านั้นก็หายไป แต่ด้วยความที่เขานั้นชอบในชาติของกุ้งก็เลยฟืนที่จะกินกุ้ง กินบ่อยๆ จนเกิดอาการเคยชินและก็กลายเป็นคนที่ไม่แพ้กุ้งอีก แต่แบบนี้เราคิดว่าเขาเป็นอาการที่แพ้น้อย

แต่ด้วยความที่เขานั้นชอบเลยพยายามที่จะกินให้ได้ เพื่อที่จะไม่แพ้กุ้ง 

เราก็ดีใจนะที่เขานั้นหายจากอาการที่แพ้เพราะเหมือนเขานั้นมีภูมิคุ้มกันแล้ว แต่บางคนที่เขาแพ้กุ้งจริงๆนั้นเขาไม่สามารถแตะได้เลย ถ้าเกิดเราทานเข้าไปนั้นเกิดอาการชักเกรง ขึ้นมานั้นจะอันตรายมาก และสาเหตุของคนที่แพ้อาหารมากก็คือ อาหารทะเล ถั่ว

ถ้าเรารู้ตัวว่าเรานั้นแพ้อาหารอะไรเราก็ต้องหลีกเลี่ยงและต้องดูแลตัวเอง เพราะคนอื่นเขาไม่รู้ว่าเราแพ้อาหารทะเลหรือเปล่าหรือว่าเรานั้นแพ้อะไร ซึ่งอย่างที่เราบอกนะค่ะว่าเราต้องรู้จักหลีกเลี่ยงถ้าอาการแพ้นั้นกำเริบเราต้องไปหาหมอเพื่อให้หมอนั้นรักษาอาการที่เรานั้นแพ้ 

เมื่อเวลาที่เราจะกินอะไรก็ควรพึงระวัง แต่ถ้าบางคนไม่รู้ตัวว่าแพ้อาหารนั่นก็จะงง

ว่าตัวเรานั้นเป็นอะไร บางทีเรานั้นก็คิดว่าเราแค่ท้องเสีย เพราะว่าเรานั้นกินอาหารที่ไม่สะอาด หรือเปล่า เราถึงอยากให้คุณนั้นลองสังเกตตัวเองว่าตัวเรานั้นเป็นอะไร เวลาที่เรานั้นกินของแบบเดิมแล้วเป็นอีก อันนั้นแสดงว่าใช่เลยเราแพ้อาหารอย่างนั้น หรือเราแพ้อะไรบางอย่างในจานนั้น ต้องเช็คด้วยนะค่ะ 

เรามาเรียนรู้ยาสมุนไพรที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งโพลงมดลูก

ถึงแม้ว่าในตอนนี้มีสามารถบอกถึงว่ามะเร็งเกิดขึ้นจากอะไร 

แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าการกินอาหารจำพวกปิ้งย่างนั้นที่ไหม้มากนั้นก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้เหมือนกัน และก็จำพวกอาหารที่พร้อมทานเช่น “ไส้กรอก  แฮม เนื้อแดงและเนื้อวัวเป็นต้น และก็มีอีกจำพวกหนึ่งก็คือ พวกถั่ว ธัญพืชพวกนี้จะขึ้นลาได้ง่ายมาก และก็มีการกินสมุนไพรที่คนบางคนกินเพื่อที่ไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง แต่บางคนก็กินผิดหลัก กินมากเกินไป กินไม่ถูกบ้างจากที่จะทำให้ไม่เกิดโรคมะเร็งก็กลายมาเป็นโรคมะเร็งได้เหมือนกัน   

ยาสมุนไพรที่เพิ่มมะเร็ง กลุ่มสูตินรีเวชศาสตร์ โรงบาลราชวิถี  

ได้พูดไว้ว่ายาสมุนไพรที่มีเอสโตเจน  เช่นกาวเครือ ถ้าเรากินมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง เยื่อโพรงยุมดลูก ที่ทำให้ผู้หญิงที่กินมากเกินไปจะเพิ่มระดับโฮโมน   หรือโฮโมนทำงานหนักเกินไป นอกจากนี้ผู้หญิงที่เป็นวัยทองอีกที่เสียงกับการเป็นมะเร็งเยื่อบุโพงมดลูกมะเร็ง อีกด้วย

คนอ้วนที่มีน้ำหนักเยอะมากกว่าคนปกติ และคนที่เป็นมะเร็งเต้านมที่กินยามะเร็งอีกด้วย ยังมีจำพวกที่ผู้หญิงรังไข่ไม่ตก ซึ่งจะมีอาการ หน้ามัน ขนดก เป็นสิว ความดัน เบาหวาน ผู้หญิงที่ไม่มีลูก เป็นต้น 

และนอกจากนี้คูณหมอได้บอกอีกว่าเดียวนี้มะเร็งเยื่อบุโพลงมดลูกขึ้นเป็นอันดับสาม เมื่อก่อนจะพบเจอที่ผู้หญิงหมดประจำเดือน แต่เดียวนี้จะพบเจออยู่ในช่วงอายุ40ปี 

อาการเริ่มต้นของคนเป็นโรคมะเร็งเยื้อบุโพลงมดลูก จะมีอาการของคนที่หมดประจำเดือนช่วง50ปีเป็นต้น

หรือมีการเลือดออกของช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน  และก็เป็นประจำเดือนนานเกิน7วัน แล้วก็มีเลือดออก กระปิดกระปอย ก็ควรมาพบหมอ แล้วถ้าหากพบแล้ว หมอจะแนะนำวิธีการรักษาคือการผ่าตัด หรือส่องกล้อง ผ่าตัดช่วงท้อง   และหลังจากการนผ่าตัดนั้นหมอจะดูอาการและรักษาตามขั้นตอนต่อไปว่าจะบำบัดหรือฉายแสง 

ใช้ยาสมุนไพร แบบไหนที่ปลอดภัย  ขึ้นชื่อว่ายาสมุนไพรก็ใช่ว่าจะ๔กกับโรคเสมอไป เพราะยาสมุนไพรบางตัวก็ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เหมือนกัน   ไม่ใช่ยาสมุนไพร100% มีส่วนผสมอะไรบ้างมีสมุนไพรในตัวผสมมากน้อยเพียงใด และทำให้เกิดอันตราย เป็นยาสมุนไพรแท้แต่ได้ใช้ได้กินในรูปแบบที่ผิดเช่น กินน้อยเกิน หรือกินเยอะเกินไป แล้วไปซื้อยามาที่ไม่ใช่แพทย์ และเภสัชกรที่จัดยาให้กิน  หรือกินตามที่คนอื่นบอก 

ไปซื้อยาสมุนไพรมากินเองแล้วกินยาแพทย์ปัจจุบันควบคู่กัน เช่นเป็นโรคความดัน เรากินยาทั้งแพทย์ปัจจุบันและยาสมุนไพรพร้อมกันอาจจะทำให้กินยามากเกินไปจนทำให้ เป็นโรคความดันต่ำไปเลยก็ได้