Month: กุมภาพันธ์ 2020

การดูแลสุขภาพทั่วไป

แก้ไขกลิ่นตัว

คุณเป็นอีกหนึ่งคนใช่หรือไม่ที่มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นตัว แน่นอนแหละ เพราะดูจากสภาพอากาศของประเทศไทยที่แดดร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีเหงื่อออก และมีกลิ่นตัว แต่นอกเหนือจากสาเหตุนี้มันยังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วยนะที่สามารถทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ เคยลองเช็คหรือลองสังเกตตัวเองกันบ้างหรือป่าวว่าเรานั้นมีกลิ่นตัวมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นตัวนั้นเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างไปดูกันว่าอะไรบ้างดังนี้

1.เริ่มจากการสังเกตและหาสาเหตุว่าปัญหากลิ่นตัวของตนเองเกิดจากอะไร เพราะหลายคนมักจะละเลยสิ่งนี้ แล้วโทษสาเหตุอื่นๆ บางคนนั้นไม่ได้มีกลิ่นตัวจากการอยู่ที่แดดร้อนหรือที่อบอ้าว แต่อาจจะมาจากการใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับ ซึ่งเราทุกคนควรจะหาสาเหตุของปัญหานี้อย่างดีเสียก่อน เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด

2.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากร่างกายเราเองนั้น สิ่งที่ควรแก้ไขได้แก่

– การลดอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน อาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศอยู่มากอย่างหัวหอม ข่า ตะไคร้ และเครื่องเทศแกงกระหรี่ เนื่องจากอาหารรสจัดจะส่งผลกับกลิ่นตัว

– การเลือกใช้สบู่ในการอาบน้ำ ควรเลือกใช้สบู่ที่มีกำจัดหรือช่วยยับบั้งแบคทีเรียโดยเฉพาะ

– การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หากมีเหงื่อออกที่ใต้วงแขวนมาก ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายประเภทลูกกลิ้งอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะจะยิ่งทำให้เหนี่ยวเฉอะแฉะมากขึ้น ควรใช้ประเภทสเปรย์ หรือแป้ง เพื่อจะได้ช่วยในดูดซับความอับชื้อ

– ควรทำสครับผิว เพื่อที่จะช่วยขัดเอาเหงื่อขี้ไคลสิ่งสกปรกออกจากผิว

3.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากเสื้อผ้า ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการผลิตภัณฑ์ที่เลือกนำมาทำความสะอาดผ้า ผงซักฟอก และ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และไม่ควรตากผ้าในห้องหรือในที่ร่ม ควรที่จะตากผ้ากับแสงแดดเพื่อให้แบคทีเรียที่ยังคงเกาะตามเสื้อหายออกไป และการทำความตู้เสื้อผ้า ควรจะหมั่นทำความสะตู้เสื้อผ้าเสมอ เพราะเปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียที่จะเกาะตามเสื้อผ้าส่งผลให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้มีกลิ่น

4.การเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม เพราะสภาพอากาศประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นมีอากาศที่ร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อเรานั้นออกง่ายกว่าปกติ เราควรสวมใส่เสื้อแบบสบายๆให้ทำกิจกรรมอย่างคล่อง จากที่บอกในข้อที่แล้ว หากเสื้อผ้าที่เหม็นอับอยู่แล้วจะส่งผลให้มีกลิ่นตัวออกมา แล้วว่าด้วยเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนซึ่งจะทำให้เรานั้นเหงื่อออกก็จะยิ่งทำให้ปีปฏิกิริยากับกลิ่นของเสื้อได้ง่าย จะยิ่งทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น

5.พบแพทย์ ซึ่งการมมีกลิ่นตัวนั้นสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์และทำการรักษาให้กลิ่นลดน้อยลงหรือหายขาดได้ และสำหรับผู้ที่เหงื่ออกง่ายก็สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแก้ไขได้เดียวกัน ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางการแพทย์สามารถช่วยได้

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

การรักษาสุขภาพผม

     หากจะเปรียบศีรษะของคนเราให้เหมือนบ้านเส้นผมก็คงจะต้องเปรียบเสมือนหลังคาบ้านที่เป็นเหมือนกับด่านป้องกันด่านแรกที่จะช่วยในการปกป้องหนังศีรษะของเราจากสิ่งต่างๆทั้งมลภาวะมากมายรอบตัวเราฝุ่นควันต่างๆอีกมากมายซึ่งเส้นผมของเรานั้นก็มักจะต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆเหล่านั้นอย่างมากมายในแต่ละวันจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงควรที่จะต้องดูแลและรักษาสุขภาพเส้นผมให้มีสุขภาพดีแข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง 

สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆแล้วผมก็เปรียบเสมือนมงกุฎสง่างามที่ถูกสรรสร้างขึ้นมา

โดยธรรมชาติเพื่อมอบให้กับทุกๆคน การมีผมที่ดีและสวยจะช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจและรู้สึกดีในทุกจังหวะการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้ และหากจะพูดกันถึงในทางของสุขภาพนั้นเมื่อครั้งโบราณนานมานั้นต่างก็มีความเชื่อที่ว่าเส้นผมของคนเรานี้เองที่จะเป็นเหมือนกับตัวที่คอยบ่งชัดหรือใช้ในการวัดพลังในร่างกายของมนุษย์เราทุกคน

ซึ่งจะมีหลักการในการสังเกตถึงความผิดปกติจากเส้นผม เส้นผมของแต่ละคนนั้นต่างก็จะแสดงให้เห็นถึงความเยาว์วัยช่วงอายุของแต่ละบุคคลไป โดยหากสังเกตแล้วพบถึงการที่เส้นผมนั้นมีความผิดปกติ หรืออาจจะเรียกกันว่าเส้นผมมีอาการป่วยนั้นก็สามารถที่สันนิษฐานได้ถึงปัญหาหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ซึ่งก็อาจจะรวมไปถึงทางภายนอกร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเส้นผมจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะดูแลเอาใจใส่และหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมให้มากขึ้น

จึงจะทำให้เรานั้นมีผมที่สวยน่ามองและช่วยเสริมให้เรามีความมั่นใจในบุคลิกตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกในส่วนของการที่จะมีสุขภาพเส้นผมที่ดีและสวยเงางามน่ามองได้นั้นก็ต้องมีการหมั่นดูแลรักษาเอาใจใส่ต่อเส้นผมของตัวเองอยู่เป็นประจำและสม่ำเสมอ อาจจะด้วยการดูแลบำรุงเส้นผมจากภายนอกด้วยการรักษาความสะอาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผม บำรุงเส้นผมอย่างถูกวิธีหลีกเลี่ยงที่จะใช้สารเคมีแปลกปลอมกับเส้นผม ในการบำรุงเส้นผมจากภายนอกนั้นหลายๆคนก็อาจจะมองว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองมากๆแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น

เราสามารถที่จะบำรุงเส้นผมกันได้ง่ายๆโดยที่อาจจะไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่าย เปลืองแรง หรือเวลาที่มากมายเลยก็สามารถที่จะทำได้โดยทุกคนเองก็สามารถที่จะทำกันได้ง่ายโดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักในการนำไปสู่การทำลายเส้นผมที่เรารักก็ได้ โดยหลักแล้วก็ควรจะปรับเปลี่ยนความเคยชินในการสะผมอย่างการสระผมทุกวันนั้นไม่ถือว่าเป็นดีเรื่องที่ดี และควรหลีกเลี่ยงที่จะทำเป็นประจำ นอกจากนี้แล้วการบำรุงเส้นผมในทางอ้อมอย่างการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยในการบำรุงผมก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเพียงแค่การบำรุงจากภายนอกนั้นก็คงจะไม่พอ

        อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเส้นผมบนหนังศีรษะเรานั้นไม่มีประโยชน์เพราะทุกคนก็ล้วนอยากจะดูมีบุคลิกภาพที่ดี และสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมในเรื่องนี้ก็คือเส้นผมนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าละเลย หรือลืมที่จะดุแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพเส้นผมที่เรารักให้เส้นผมนั้นได้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านานเป็นเสมือนมงกุฎอันงามสง่าที่คอยอวดโฉมให้ใครต่อใครได้เอ่ยปากชม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

นอนน้อยทำให้อ้วน และนอนเท่าไหร่ถึงจะพอ

คุณเคยสงสัยหรือไม่ ว่าคนเราต้องนอนกี่ชั่วโมงกันแน่ถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย บางคนบอก 6 ชั่งโมง บางคนบอก 8 ชั่วโมง แต่สำหรับบางคนนั้นนอนกี่ชั่วโมงก็เพียงพอ ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายของร่างกายแล้วก็เป็นได้ คุณอาจจะต้องทำการพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมกับร่างกาย ให้ตื่นขึ้นมาลุกไปหาทำกิจกรรมอื่นๆให้คุณไม่ง่วง แล้วสรุปต้องนอนกี่ชั่วโมงดี เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ได้มีผลงานการวิจัยออกมาเปิดเผยว่า ระยะเวลาของการนอนที่ดีที่สุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคาบเวลาที่หลายๆคนมักจะพูดแนะนำเสมอว่า ให้นอนหลับพักนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

แล้วเพราะสาเหตุใดล่ะ ทำไมการนอน 7 ชั่วโมงถึงเป็นระยะเวลาที่ดีที่สุด นั้นเป็นเพราะว่าปกติในร่างกายเรานั้นจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งนั้นก็คือ Melatonin ซึ่งมีส่วนที่จะช่วยในเรื่องของการทำให้หลับ และ ผล Antioxidant ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการชะลอวัยได้อีกด้วย

แบบนี้ไงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงจะทำให้เรานั้นมีผิวพรรณทางกายและใบหน้าที่ดี ในระยะเวลาการนอนดังกล่าวนั้น เราควรนอนตั้งแต่กี่โมง คำตอบก็คือ ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 -23.00 น. จะเป็น Golden period ที่ร่างกายเราจะเริ่มรู้สึกง่วง และเป็นสัญญาณให้เราต้องเข้านอน ฉะนั้นแล้วเราควรไม่เกิน 22.00 น.

เพราะถ้าหากเราไม่นอน ร่างกายจะหลั่ง Cortisol หรือฮอร์โมนเครียด ออกมาแทนที่ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้เรานอนไม่หลับ และไม่มีการปิดการใช้งานของไขมัน เอาล่ะพออ่านถึงจุดนี้สาวๆหรือใครหลายคนคงคิดหนักแล้ว อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั้นแหละ ว่าการนอนน้อย นอนไม่เพียงพอ จะทำให้คุณอ้วน เพราะ Cortisol เป็น Catabolic hormone คือการสลายอาหารให้กลายมาเป็นพลังงาน จะมีการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดสูง รวมไปถึงการสลายไขมัน ซึ่งจะเป็นผลดีในภาวะที่ร่างกายเครียด แต่จะเป็นผลเสียหากน้ำตาลในเลือดสูงจะก่อให้เกิด Insulin resistance

ซึ่งปกติแล้วร่างกายเราไม่ได้ทำงานจากฮอร์โมนเพียงตัวเดียว ในร่างกายเรานั้นยังมีฮอร์โมนอีกหลายชนิดที่ถูกหลั่งออกมาพร้อมกันเพื่อช่วยในการทำงานของร่างกายได้อย่างสมดุล ซึ่งข้อมูลงานวิจัยนี้ได้ทำการออกโต้แย้งสำหรับความคิดผิดๆที่เชื่อกันว่า การนอนนานๆ การนอนเยอะ จะสามารถทำให้น้ำหนักลดได้เร็วขึ้น

เป็นความเชื่อผิดๆที่บอกว่า Cortisol จะหลั่งออกมาทำให้ร่างกายปิดการใช้งานของไขมัน เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรนอนน้อยหรือมาจนเกินไป ไม่ว่าหลังจากการตื่นนอนให้ครบตามเวลาที่กำหนดคุณอาจจะรู้สึกเหนื่อย เพลีย อยากจะนอนต่อ แต่ถึงอย่างนั้นคุณต้องพยายามที่ฉุดรั้งความคิดให้ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะง่วงนอนมากแค่ไหน แต่ร่างกายคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ลุกขึ้นมาหากิจกรรมทำดีดว่า เพราะถ้าหากคุณนอนต่อคุณจะรู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม และจะทำให้คุณรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยในแต่ละวัน นั้นจึงเป็นผลเสียส่งผลกระทบพัฒนาการหลายๆด้าน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

อาหารที่สำคัญต่อการบำรุงสมอง

บำรุงสมองด้วยอาหารทางธรรมชาติ

เปรียบเสมือนศูนย์กลางของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆให้ประสานกันอย่างไม่มีสะดุด และยังต้องควบคุมการคิด วิเคราะห์ จดจำ ตัดสินใจ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้สิ่งเหล่านี้สมองจะถูกใช้งานเป็นอย่าง รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจดจำและการทำอย่างอื่นลดลง

สิ่งที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมบำรุงสมองก็คงมีประสิทธิภาพและแข็งแรงนั้นก็คือ อาหาร เพราะสองก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องการสารเอาเข้าไปกระตุ้นการทำงานให้ทำงานได้มีประสิทธิภายในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นเราจึงจะเสนออาหารที่หาทานง่ายในการบำรุงสมอง ดังนี้

ใบบัวบก สรรพคุณของใบบัวบกที่ทุกคนต่างทราบนี้นั้นก็คือ แก้อาการช้ำใน ในตำราแพทย์จีน ใบบัวบกออกฤทธิ์เย็นมาก ช่วยในการขับถ่ายพิษร้อนและการอักเสบ มีฤทธิ์กล่อมประสาท บำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ

แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาโรคสมองเสท่อ อาการขี้หลงนี้ลืม รวมไปถึงอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย เมื่อทานแล้วมันเข้าไปช่วยในการปรับปรุงของระบบไหลเวียนเลือดในสมอง เพราะต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยง ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้สมองเสื่อมสภาพและฝ่อลง

ไข่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีน และในไข่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอย่าง โคลีน ที่จะช่วยในการพัฒนาระบบการทำงานของสมอง ช่วยในเรื่องความทรงจำ

ปลา อย่างที่ใครหลายคนมักจะพูดว่า ถ้าอยากฉลาด ให้ทานปลา นั้นก็เป็นเรื่องจริงนะ ยิ่งโดยเฉพาะปลาน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น ปลาจำพวกนี้เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์มากต่อสมอง และยังช่วยป้องกันโรคไซเมอร์ได้ด้วย

กระเทียม มีส่วนช่วยให้เรานั้นรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น คลายความเครียด ช่วยชะลอการเสื่อของเซลล์ประสาท และยังช่วยในเรื่องของด้านความจำให้ดีขึ้น

แครอท มีส่วนของวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ในเรื่องของความจำ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้อีกด้วย

ผักใบเขียว ผักใบเขียวทุกชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของสมองในด้านความจำ

สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน อุดมไปด้วยวิตามินC นอกจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยในการบำรุงสายตาแล้ว สีแดงของสตรอว์เบอร์รี่นั้นมีสารอาหารสำคัญอย่าง แอนโทไซยานิน ที่จะเข้าไปช่วยบำรุงเซลล์สมอง

ถั่วเหลือง หรือที่ใครหลายคนนั้นต่างก็เรียกว่าน้ำเต้าหู้ จะมีสารไฟโตเอสเจนที่อยู่ในถั่วเหลือง มีส่วนช่วยทำให้เซลล์ประสาทแข็งแรง ช่วยในเรื่องของการจดจำที่ดีมากขึ้น

 

บำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

การบำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

ตับ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย หน้าที่ของมันคือ การคัดกรองของเสีย ขจัดสารพิษสิ่งตกค้างที่ได้รับมาจากการทานอาหารให้ออกไปจากร่างกาย เพราะปัจจุบันมีอาหารหลากหลายประเภทที่คุณเลือกรับประทานเข้าไปแม้จะรู้ว่ามันให้โทษต่อร่างกาย แต่ด้วยรสชาติที่ดึงดูดนั้นก็เป็นสิ่งที่มองข้ามของโทษในอาหารไปได้แล้ว ฉะนั้นแล้วเราควรหันมาใส่ร่างกายของตัวเองบ้าง ทำความเข้าใจกับอาหารที่อย่างที่จะรับประทานอย่างระมัดระวัง เพราะอาหารส่วนเกินจะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันในตับ และถูกสะสมไว้ในร่างกายมากขึ้น คุณคงคิดว่าการดูแลอวัยวะภายในคงต้องทานอาหารดีๆแพงๆเพื่อที่จะได้รับสารอาหารที่ดีไปบำรุงตับ

แต่ที่จริงแล้วอาหารเหล่านั้นสามารถหาทานได้ง่ายกว่าที่คุณคิด เพราะอาหารที่พบเจอได้ทั่วไปและไม่มีสารเคมีใดๆ

กะหล่ำปลี จะช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เมื่อทานแล้วจะเข้าไปเพิ่มกลูต้าไธโอนในร่างกาย ช่วยล้างสารพิษ

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไจมัน กลูโคส และกรดซิตริก ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของตับได้ แต่การทานลิ้นจ่ไม่เหมาะคนที่มีอาการอย่างเจ็บคอ คอแห้ง ปวดฟัน หรือท้องผูก เพราะจะยิ่งเข้าไปทำให้อาการเหล่านั้นกำเริบ

แครอท มีวิตามินหลายชนิดอย่างวิตามิน A B1 B2 C D K และยังมีกรดโฟลิกฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทกเซียม ธาตุเหล็ก สักกะสี ทองแดง มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด และบรรเทาอาหารไม่ย่อยได้ดีขึ้น

ผักใบเขียว บางคนเห็นผักสีเขียวก็เขี่ยทิ้งแล้ว แต่ผักใบเขียวทุกชนิดนี่แหละที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของตับได้ดี ช่วยชะล้างสารเคมีที่สะสมในตับอย่างหมดจด

ชาเขียว เพราะในชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอย่างมาก มีส่วนช่วยบำรุงตับได้ดี และสามารถป้องกันความเสี่ยงในการเปิดโรงมะเร็งตับได้อีกด้วย

มันเทศ มีส่วนประกอบของ กลูโคชิโนเลต เป็นสารอาหารที่อยู่ในพืชผัก จะช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตเอมไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอมไซม์ที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร

เห็ด ในเห็นทุกชนิดจะช่วยลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและที่อยู่ในกระแสเลือด ป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และเพิ่มปริมาณเม็กเลือดขาวอีกด้วย

ข้าวกล้อง เพราะมีคาร์โบไฮเดรตสูง มีวิตามินบีรวม หากทานในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสมจะช่วยเข้าไปสร้างไกลโคเจนที่อยู่ในตับให้แข็งแรง

เนื้อปลา ตับต้องการสารอาหารประเภทโอเมก้า3เข้าไปเพื่อจะนำไปบำรุงการทำงานของตับให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในเนื้อปลานั้นก็มีสารอาหารเหล่านี้ที่ตับต้องการ

มะขามป้อม หากเทียบกับแอปเปิ้ลแล้ว มะขามป้อมนั้นมีวิตามินCที่สูงกว่าถึง 160 เท่า ช่วยในการป้องกัยการเกิดพิษโลหะหนักต่อตับ ช่วยยับยั่งการเกิดมะเร็งตับ และยังช่วยในการรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน