Month: มีนาคม 2020

ความสำคัญของแร่ธาตุในร่ายกาย

แร่ธาตุ คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกายของเรา?

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะรู้จักแร่ธาตุเป็นอย่างดี และก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ทราบ ฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาอธิบายความสำคัญของของแร่ธาตุที่มีต่อร่างกายให้พอเข้าใจกันสักนิด แล้วมาดูว่ามีแร่ธาตุชนิดไหนบ้างที่ร่างกายมีความต้องการ แร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ เป็น 1 สารอาหารหลักของทั้ง 5 หมู่ ซึ่งถือว่าเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เพราะร่างกายของคนเรานั้นไม่สามารถผลิตแร่ธาตุขึ้นมาเองได้ เหมือนกับวิตามิน แต่จะมีแร่ธาตุอยู่ภายในร่างกายอยู่แล้ว เพียงไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาเพิ่มได้อีก เป็นเช่นนี้แล้วร่างกายเราจึงต้องการแร่ธาตุเข้าเสริมสร้างต่อจากที่ร่างกายมีอยู่แล้ว ซึ่งแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อร่างกายการโดยตรง เพราะจะช่วยในเรื่องของระบบการทำงานภายในร่างกายตามส่วนต่างๆอย่าง เซลล์ กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆของร่างกาย

ซึ่งในระบบการทำงานของส่วนต่างๆของร่างกายนั้น มีความต้องการของแร่ธาตุที่แตกต่างกัน และแร่ธาตุแต่ละชนิดก็อาศัยอยู่ในแหล่งอาศัยที่มีความแตกต่างกันเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วร่างกายจึงมีความต้องสารอาหารประเภทแร่ธาตุ หรือ เกลือแร่ นี้ที่อยู่ในปริมาณที่พอดีอย่างเหมาะสม ระบบการทำงานภายในร่างกายจึงจะสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ แต่แร่ธาตุบางชนิดก็ไม่ควรได้รับมากจนเกินไป เพราะอาจจะเป็นผลเสียได้เช่นกัน ถึงอย่างไรนั้นเท่ากับว่า เราจะขาดสารอาหารประเภทนี้ไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งแร่ธาตุได้มีบทบาทและหน้าที่หลายอย่างอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น

แต่จะมีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะโครงสร้างของร่างกายจำพวกกระดูกและฟัน เลือด และมีแร่ธาตุบางชนิดสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่ายกายทั้งภายในและภายนอก เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์ ฮอร์โมน และช่วยการดูดซึมวิตามินบางชนิดอีกด้วย ร่วมไปการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในทุกอวัยวะให้ทำงานอย่างปกติ แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ แร่ธาตุหลัก และ แร่ธาตุรอง ซึ่งแร่ธาตุหลัก คือแร่ธาตุที่ร่างกายมีความต้องการในปริมาณมากต่อวันอยู่ที่ 100 mg ขึ้น แร่ธาตุประเภทนี้ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม กำมะถัน คลอไรด์

และในอีกรูปแบบ แร่ธาตุรอง คือ แร่ธาตุที่ร่างกายมีความต้องการในปริมาณน้อยต่อวันจะต้องไม่เกิน 100 mg แร่ธาตุประเภทนี้ได้แก่ เหล็ก สังกะสี ซีลีเนียม แมงกานีส ทองแดง ไอโอดีน โครเมียม โคบอลท์ ฟลูออไรด์ โมลิบดินัม วานาเดียม แต่ถึงอย่างไรแล้วหากบอกว่าเป็นแร่ธาตุรูปแบบรอง ที่ร่างกายมีความต้องการในปริมาณน้อย ก็ใช่ว่าร่างกายจะไม่ต้องการเลย เพราะยังถือว่าเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายอยู่เช่นกัน เพียงแต่ต้องการในปริมาณที่น้อย พอดี และเหมาะสม ไม่เช่นนั้นแล้วหากได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไป ร่างกายไม่ได้ดูดซึมนำไปใช้จะกลายเป็นสารพิษที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายหรือตามอวัยวะส่วนๆต่างที่ต้องแร่ธาตุชนิดนั้น ซึ่งผลเสียและอาจจะก็เกิดโรคร้ายได้เช่นกัน

 

ขอขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย   ซื้อหวยฮานอย เว็บไหนดี

คอลลาเจน กินอย่างไรให้เห็นผล และขาวจริงหรือไม่

ทำไมเราต้องกินคอลลาเจน? ต้องบอกก่อนว่าความจริงแล้วร่างกายของเรานั้นสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่เพราะระบบการทำงานของร่างกายบวกกับอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบที่ผลิตคอลลาเจนในร่างกายน้อยลง เช่นเดียวกับการทำงานของระบบอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายนั้นแหละที่เราทราบกันดีว่ายิ่งอายุอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งเสื่อม

แล้วคอลลาเจนมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย? คอลลาเจน มีชื่อเสียงในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ เส้นผม เล็บ และที่ใครหลายคนมักจะไม่ค่อยรู้กันก็คือ คอลลาเจนยังช่วยในเรื่องของกระดูกและข้อต่างๆของร่างกาย เมื่อเราอายุมากขึ้นจึงมีความเป็นที่จะต้องเติมคอลลาเจนเข้าไปทดแทนในส่วนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตออกมาได้เยอะเหมือนครั้งที่เยาว์วัย

ซึ่งการเปลี่ยนทางร่างกายนั้นจะเริ่มเมื่ออายุ 25 ปี เวลาอายุที่เหมาะแก่การทานคอลลาเจนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอายุที่เข้าสู่วัย 30 ปี เรื่องริ้วรอยจะเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่อายุ 30 ปี สิ่งที่ตามมาของการขาดคอลลาเจนคือเรื่องของการปวดกระดูกและตามข้อต่างๆ ซึ่งในคนยุคสมัยใหม่ก็จะเริ่มมีอาการให้เห็นเร็วกว่าเดิมมากขึ้น แล้วเราจะทานคอลลาเจนได้จากอะไรบ้าง? ซึ่งจะมีอยู่ในทั้งอาหารจากแหล่งธรรมชาติ และ อาหารเสริม ในส่วนของอาหารนั้นอยู่ในอาหารประเภทปลา ผักใบเขียว ธัญพืชบางชนิด เป็นต้น

และอีกแบบก็คือ อาหารเสริม ที่ผลิตภัณฑ์จะมีทั้งแบบเม็ด และ แบบผง ให้ได้เลือกทาน แล้วจะทานคอลลาเจนอย่างไรให้เห็นผล? ซึ่งได้มีการทดลองจากกลุ่มคนที่ทานคอลลาเจนและจากงานวิจัยได้ออกมาบอกว่า การทานคอลลาเจนควรที่ท้องยังว่าง เพราะจะทำให้ร่างกายมีการดูดซึมได้ดี และถ้าหากเราทานคอลลาเจนพร้อมกับวิตามินซีจะยิ่งเป็นผลดี

เพราะวิตามินซีจะยิ่งเข้าช่วยกระตุ้นกระดูดซึมของร่างกายให้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ต่อมาซึ่งความเชื่อที่ว่า คอลลาเจนทานแล้วขาวจริงไหม? ต้องบอกก่อนว่าคอลลาเจนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 Type ซึ่งคอลลาเจนที่จะช่วยบำรุงและดูแลเรื่องสุขภาพผิวนั้นคือ คอลลาเจน Type 2 และ 3 ในความเป็นจริงนั้น คอลลาเจนไม่ได้มีส่วนช่วยให้ขาวขึ้นแต่อย่างใดเลย เพียงจะช่วยให้ผิวมีนุ่ม เนียน ใส ดูอ่อนวัยมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นแล้วสาวๆหนุ่มๆ

คนนั้นที่หวังจะทานคอลลาเจนให้ขาวนั้น ต้องบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแน่นอน แล้วทำไมมีคนทานคอลลาเจนแล้วมารีวิวว่าขาวล่ะ? นั้นอาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆด้วยอย่างเช่น การทาครีมจากภายนอก การทานอาหาร เป็นต้น เพราะอย่างนั้นแล้วก่อนทานอะไรนั้นไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมอะไรก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันมาให้ดีๆนะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

การเลือกทานคอลลาเจน

คุณเคยรู้สึกปวดตามกระดูก ตามข้อต่างๆของร่างกายหรือไม่ หรือว่าจะเป็นเรื่องของผิวพรรณของคุณที่เริ่มแห้งกร้าน หยาบ เห็นริ้วรอยชัดเพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเริ่มเพิ่มมากขึ้นๆเรื่อย เชื่อเลยว่าหลายๆคนคงอาจจะรู้สึกสิ่งเหล่านี้ ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ได้มาจากสิ่งอื่นใดเลยนั้นก็คือ คอลลาเจน นั้นเอง คอลลาเจน คือ สารที่ร่างกายนั้นสามารถผลิตออกใช้เองได้ จะเป็นสิ่งที่คอยเข้าไปช่วยบำรุงในเรื่องของกระดูกและข้อส่วนต่างๆของร่างกาย รวมไปถึงเรื่องสุขภาพผิวของเราอีกด้วย กำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมล่ะว่า ถ้าคอลลาเจนที่สิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตออกมาเองได้นั้น

ทำไมเราจึงจะต้องกินคอลลาเจนเพิ่มเข้าไปด้วย

ในทุกๆวันเรามีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ต้องทำ เช่นเดียวกับอายุที่มากขึ้น ร่างกายของเรานั้นที่บอกว่า ยิ่งมีอายุที่มากขึ้นระบบการทำงานภายในร่างกายก็น้อยลง นั้นถือว่าเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับสิ่งนี้ เมื่ออายุเราเริ่มมากขึ้นการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นก็จะน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งคอลลาเจนเป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่มีอะไรเข้าไปช่วยบำรุงในเรื่องของกระดูก ข้อ และผิว สามารถสังเกตได้จากผู้สูงอายุที่เห็นได้อย่างง่ายจะมีกระดูกและข้อที่ไม่แข็งแรงซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก กับผิว ที่มีความหมอคล้ำ หย่อนคล้อย

ลายคนอาจจะเข้าใจผิดถ้าหากทานคอลลาเจนแล้วจะผิวเต่งตึงไม่แก่ ก็จะไม่ขนาดนั้นเพราะมันจะช่วยให้คุณดูอ่อนวัยขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้ความว่า การกินคอลลาเจนจะช่วยคงสภาพของกระดูกหรือผิวคุณให้ดูเด็กได้อย่างเดิม แล้วเราทานคอลลาเจนได้จากอะไรบ้าง แน่นอนว่ามันมี 2 รูปแบบก็คือ จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติ อย่าง ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ผักใบเขียว ธัญพืช เป็นต้น

และรูปแบบก็คือการทานอาหารเสริมที่ผลิตจากคอลลาเจน ซึ่งอาหารเสริมเหล่านี้จะต้องดูให้ดีว่าคอลลาเจนที่นำมาผลิตนั้น นำมาจากไหน เพราะส่วนใหญ่แล้วคอลลาเจนที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารเสริมนี้จะนำคอลลาเจนมาจากปลาทะเล ซึ่งมีคอลลาเจนที่เหมือนกับคนมากที่สุด และการทานคอลลาเจนเพื่ออะไรนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ

เพราะคอลลาเจนจะถูกแบ่งออกเป็น 3 type หากต้องการดูแลเรื่องกระดูกและข้อจะต้องเลือกทานคอลลาเจน type 2 แต่ถ้าหากต้องการดูแลเรื่องผิวพรรณ เส้นผม เล็บ จะต้องทานคอลลาเจน type 1 และ type 3 เพราะถ้าหากเราเลือกทานคอลลาเจนไม่ตรงจุดจะทำให้เราไม่เห็นผลใด ฉะนั้นการเลือกทานคอลลาเจนนั้นจะต้องดูจากปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งการผลิต และ ความต้องของตัวคุณว่าต้องการทานคอลลาเจนเพื่ออะไร และอย่าลืมตรวจสอบผลิตภัณฑ์ด้วยว่าเป็นสินค้าถูกต้องตามกฎหมายด้วยหรือไม่ ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตก็เป็นได้

 

 

สนบสนุมาจาก  แทงหวยออนไลน์

9ขั้นตอนที่จะช่วยให้อาการไอของเราดีขึ้น

  เชื่อว่าหลายคนในช่วงนี้คงจะพบกับปัญหาเกี่ยวกับการไอ เนื่องจากสภาวะอากาศที่มีแต่ฝุ่นและมลพิษมากมาย จนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นได้ ซึ่งปัญหาของคนที่เป็นไข้มักจะพบว่าจะมีอาการอื่นๆตามมาด้วยและที่หนักสุดก็คือการไอ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดี หากเราต้องไอบ่อยๆ และนานๆ บางครั้งการไอก็สามารถสร้างความรำคาญให้กับคนที่ไอและคนรอบได้อีกด้วย

ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาหาวิธีที่จะช่วยให้การไอของเราหายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

  1.  กินน้ำให้เยอะๆ  ปกติคนเราควรกินน้ำวันละ 6-8 แก้วอยู่แล้วแต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะกินน้ำไม่ครบตามจำนวนที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นในช่วงที่เราไอจะทำให้เรารู้สึกได้ว่าภายในลำคอเราแห้งดังนั้นการกินน้ำเยอะๆจะช่วยให้เราไอน้อยลงเพราะภายในคอจะได้ชุ่มชื้น
  2. ไม่ดื่มน้ำเย็น  คนส่วนใหญ่มักจะชอบทานน้ำเย็นแต่หากว่าคุณกำลังป่วยและมีอาการไอ น้ำอุ่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีกับคุณมากกว่า
  3. ไม่อาบน้ำเย็น  สำหรับช่วงเวลาที่ไม่สบายการอาบน้ำอุ่นๆจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น อาการไข้หวัดจะค่อยๆดีขึ้น
  4. อมยาแก้ไอ  หากมีอาการไอมาก ควรหาซื่อยาอมแก้ไอมาอมเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอและลดอาการไอลงไป 
  5. ไม่สูบบุหรี่  ส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการไอเพราะเกิดจากฝุ่นควันที่มาจากควันของบุหรี่ซึ่งคนที่สูบบุหรี่มักจะหิวน้ำบ่อยเพราะจะคอแห้ง ดังนั้นหากอยู่ระหว่างที่มีอาการไอเราจึงควรงดสูบบุหรี่
  6. ไม่ฉีดน้ำหอม  การที่เราฉีดสเปรย์จะทำให้จมูกของเราได้รับกลิ่นฉุนของน้ำหอมหรือสเปรย์ที่เราฉีดซึ่งจะส่งผลทำให้จมูกสร้างน้ำมูกขึ้นมาและหากน้ำมูกลงคอก็จะมีผลทำให้เราไอได้ ดังนั้นช่วงที่ป่วยจึงควรงดการฉีดน้ำหอม
  7. ใช้หน้ากากอนามัย  การที่เราเดินทางออกไปนอกบ้าน เรามักจะต้องเจอฝุ่น ควันมากมาย ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งของสาเหตุทีทำให้เรามีอาการป่วยไข้และไอได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาร่างกายให้ห่างไกลจากเชื้อโรคเราจึงควรสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้
  8. พักผ่อนให้เพียงพอ  เมื่อเราไม่สบายร่างกายย่อมเกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย ดังนั้น หากอยากหายเร็วขึ้น เราจึงควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อร่างกายแข็งแรงอาการไข้และไอก็จะหายไป 
  9. ไปพบแพทย์ และหากเราเห็นว่าอาการป่วยของเราเกิน 3 วันแล้วยังไม่หาย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้รีบทำการตรวจรักษา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

Gooseberry  ผลไม้ที่มากคุณประโยชน์

กูสเบอร์รี่ หรือที่คนไทยมักเรียกผลไม้ชนิดนี้กันว่า โทงเทงฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีลักษณะกลมผลเกลี้ยงเนียน ซึ่งผลไม้ชนิดนี้อยู่ในตระกูลเบอร์รี่ด้วยเหมือนกัน ลักษณะของผลเมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลืองอมส้ม ซึ่งจะมีกลีบดอกบางบางห่อหุ้มอยู่ ส่วนกลีบดอกที่ห่อหุ้มผลกูสเบอร์รี่ก็จะมีสีเหลืองเช่นเดียวกัน  ทั้งนี้นอกจากคนไทยจะนิยมเรียกว่ากูสเบอร์รี่ ว่าโทงเทงฝรั่งแล้วบางพื้นที่ยังเรียกกูสเบอร์รี่ ว่าระฆังทองอีกด้วย สำหรับประเทศไทยก็มีแหล่งที่เพาะปลูกกูสเบอร์รี่นี้เช่นกันโดยมีมูลนิธิของโครงการหลวงคอยช่วยส่งเสริมและช่วยให้คำชี้แนะในการพัฒนาผลไม้ชนิดนี้

โดยทางหลวงก็มีความหวังที่ว่าจะให้ผลไม้ชนิดนี้เข้ามาแทนที่การทำไร่ฝิ่นให้ได้ ดังนั้นจังหวัดที่นิยมปลูกกูสเบอร์รี่กันเยอะจึงเป็นจังหวัดทางแถบภาคเหนือของประเทศไทย  สำหรับการกินกูสเบอร์รี่นั้น หากกินสดสดจะมีรสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน จึงสามารถทานแบบเดี่ยวๆก็ได้หรือบางคนจะนำมาจิ้มกับพริกเกลือก็ได้เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันนอกจากที่คนจะนิยมทานเล่นแล้ว ยังนำมาแปรรูปเพื่อให้มีอาหารที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการนำกูสเบอร์รี่มาทำเป็นแยม นำกูสเบอร์รี่มาอบหรือว่าเชื่อม

รวมถึงทานกับสลัดผักก็มี เมื่อพูดถึงลักษณะและรสชาติกันไปแล้วตอนนี้ก็มาถึงเรื่องของประโยชน์ที่เราจะได้รับหากเรามีการกินกูสเบอร์รี่ เข้าไปนั้นก็คือ

  1. อย่างที่เรารู้กันดีกว่ากูสเบอร์รี่เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีวิตามินเยอะ ดังนั้นการกินกูสเบอร์รี่เข้าไปจึงมีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงไม่เป็นโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้ได้ง่ายๆ
  2. ในกูสเบอร์รี่จะมีวิตามินเอ  ที่จะช่วยให้สายตามีสุขภาพที่ดี มองเห็นได้ชัดเจนทั้งอยู่ในที่มืดและที่สว่าง
  3. กูสเบอร์รี่ ยังมีการที่สามารถช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  4. กูสเบอร์รี่ มีสารที่ช่วยยับยังการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้
  5. กูสเบอร์รี่มากมายด้วยสารที่ต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้มีผิวพรรณดี เปล่งปลั่งไม่เหี่ยวและไม่มีริ้วรอย
  6. กูสเบอร์รี่มีสารที่จะสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกได้
  7. กูสเบอร์รี่ มีการที่ช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายได้

เราจะเห็นได้ว่าผลไม้กูสเบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรามากมาย ที่สำคัญเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกในประเทศไทยได้ จึงมีราคาที่ไม่สูงมากนัก และสามารถหาซื้อมารับประทานได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป หรือหากเดินทางไปในจังหวัดทางภาคเหนือจะสามารถหาซื้อมารับประทานได้ง่ายกว่า

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub

ถึงนอนดึกก็ยังสวยได้ถ้าทำสิ่งต่อไปนี้ 

ความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แต่หลายคนก็มักจะมองข้ามเรื่องของการดูแลตัวเอง บางคนใช้ตัวช่วยเพื่อเสิรมความงามด้วยการไปศัลยกรรม หรือบางคนก็เน้นโป๊ะครีมบำรุงทุกวัน แต่คุณอาจจะลืมไปว่าการดูแลความสวยงามที่ดีที่สุดคือการดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ เพียงแค่เราไม่นอนดึกก็สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว แต่หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนอนดึกได้ เพราะบางครั้งด้วยงานและภาระหน้าที่ก็บังคับให้สาวๆอย่างเราต้องนอนดึก และบางคนก็ติดหนุ่มเกาหลีเกินจะทิ้งกันได้ลงจึงต้องดูทีวีจนดึกดื่น นอกจะทำให้สายตาต้องทำงานหนักแล้วผิวหน้ายังโทรมอีกด้วย

ดังนั้นเราจึงหาวิธีแนะนำการนอนดึกอย่างไรให้หน้าไม่โทรมาฝากกันค่ะ

  1. ใครๆก็รู้ว่าตัวช่วยเรื่องผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสของคนเราได้ดีที่สุดก็คือน้ำ โดยปกติต่างกายของเราต้องการน้ำวันละ 6-8 แก้วอยู่แล้วแต่หากเรานอนดึกควรจะเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นไปอีก เพราะการที่เรานอนดึกจะทำให้ร่างกายของเราเสียน้ำไปมาก เราจึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเพราะให้ไปทดแทนส่วนที่หายไป แต่การดื่มควรดื่มทีละนิดหรือจิบไปบ่อยๆเรื่อยๆแทนการดื่มทีเดียวหมดแก้ว 
  2. อย่าลืมหาครีมบำรุงผิวอย่างดีมาช่วยดูแลผิวของเราให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นกว่าเดิมด้วย เพราะต่อให้เรานอนแต่หัวค่ำทุกวันแต่ผิวพรรณขาดครีมบำรุงก็ทำให้ผิวพรรณของเราแห้งกร้านไม่สวยใสได้
  3. อย่าที่รู้กันดีว่าหากนอนดึกใต้ตาจะเป็นสีดำคล้ำดังนั้น เราจึงควรหาเวลาดูแลรักษาผิวด้วยการนำแตงกวาแช่เย็นมาหั่นให้เป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาพอกที่หน้า อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น 
  4. ตื่นมาตอนเช้าควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น โดยเอาน้ำที่มาจากการแช่เย็นเมื่อคืนก็ได้ นำมาล้างหน้าแทนการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพราะหากผิวเราโดนน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายตื่นตัว รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
  5. หากมีเวลาแนะนำให้บำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว โดยนำมาหยุดใส่มือแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ทุกวัน วันละ 10 นาทีแล้วค่อยล้างน้ำออก จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
  6. และหากใครมีเวลา ก่อนนอนให้นำถุงชาที่ใช้แล้วไปแช่เย็นแล้วนำมาปิดตรงรอบตา จะช่วยให้ผิวใต้ตายผ่อนคลายได้มาก ช่วยหรือถุงใต้ตาบวมจากการนอนดึกได้มากเลยค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

มาหาผลไม้ทานสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์กันเถอะ

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนละไม้ก็เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายปลดผลไม้แต่ละชนิดมักจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันเรามาดูกันว่าผลไม้ชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์

ฝรั่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าในฝรั่งจะมีวิตามินซีเยอะรวมถึงวิตามินเอดังนั้นการกินฝรั่งจะช่วยบำรุงในเรื่องของฟันและเหงือกที่มีความแข็งแรงที่สำคัญยังช่วยป้องกันไม่ให้เราเป็นหวัดง่ายได้อีกด้วย

ลูกพรุนเป็นผลไม้ที่เหมาะให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เอาไว้ทานเล่นลูกคุณจะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโลหิตจางเนื่องจากในรูปหุ่นมีธาตุเหล็กสูงดังนั้นลูกพูดนี้จะช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกายของคุณแม่เอาไว้ใช้ในช่วงที่กำลังจะคลอดลูกได้อีกด้วย

สับปะรดอย่างที่เรารู้กันดีว่าสับปะรดจะมีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนสูงดังนั้นสับปะรดจะช่วยให้กับคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันให้มีร่างกายที่แข็งแรงและยังช่วยในเรื่องของการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่หาง่ายและกินง่ายในกล้วยจะมีทั้งแคลเซียมฟอสฟอรัสซึ่งจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณแม่และเสริมสร้างกระดูกของลูกน้อยให้แข็งแรง

มะพร้าวในมะพร้าวนั้นจะมีทั้งแคลเซี่ยมและกลูโคสรวมถึงโปรตีนสูงหากคุณแม่อ่อนเพลียเบื่ออาหารการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยได้ให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีทั้งฟอสฟอรัสแคลเซียมและเบต้าแคโรทีนซึ่งจะช่วยในเรื่องของกระดูกและฟันที่แข็งแรงสำหรับทารกที่อยู่ในครรภ์และสำหรับตัวคุณแม่เองแต่มะม่วงสุกก็อร่อยมากๆกินแล้วคุณแม่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

แตงโม ในแตงโมจะเต็มไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความดันในเลือดและแตงโมยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำสูงดังนั้นกินแล้วจะช่วยดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

แอปเปิลผลไม้ชนิดนี้มีเกลือแร่และวิตามินที่มีประโยชน์เยอะมากที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายหากกินแอปเปิลจะช่วยในเรื่องของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลไม่ให้สูงจนเกินไปแถมยังอร่อยดีและมีประโยชน์

ส้มผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากๆหาซื้อได้ง่ายรับประทานทั้งแบบเป็นผลสดสดหรือจะนำมาคันเป็นน้ำผลไม้ก็ได้กินแล้วจะอร่อยชุ่มคอช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายและช่วยในเรื่องของลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ง่ายอีกด้วย

เห็นไหมเขาว่าผลไม้แต่ละชนิดมีประโยชน์มากมายจริงๆแล้วคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถกินผลไม้ได้ทุกชนิดเพียงแต่ว่าควรจะมีการกินแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่ได้กินเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเพื่อที่จะได้รับสารอาหารได้เต็มและครบถ้วน

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

มาเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์กันเถอะ 

เชื่อว่าหลายคนเมื่อแต่งงานแล้วก็ย่อมอยากมีลูกน้อยไว้เฉยชมเป็นของตัวเองดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีแนะนำการเตรียมตัวในการเลือกรับประทานอาหารก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน

มาดูกันว่าขั้นตอนการเตรียมตัวนั้นมียังไงบ้าง

1 หาแกจะเป็นคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลือกกินอาหารอย่างไรให้เหมาะสมสำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นว่าที่คุณแม่ควรจะมีการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงในการเตรียมความพร้อมที่จะมีบุตรดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ในทุกๆวันและทุกทุกมื้อที่สำคัญอาหารที่กินคุณอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและกดโฟลิกเพื่อที่จะเป็นการบำรุงเลือดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะโดยปกติแล้วสำหรับคนที่ไปปรึกษาแพทย์เพราะอยากจะมีลูกคุณหมอมักจะให้ยากดโฟลิกมากินเป็นการบำรุงร่างกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงก็จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่ได้อีกช่องทางหนึ่งและการที่เรากินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจะไปเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะว่าเมื่อท้องแล้วคุณแม่จำเป็นจะต้องสูญเสียแคลเซี่ยมไปให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก

2 อาหารที่บำรุงเลือดได้แก่อาหารที่จะมาช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ดังนั้นคุณแม่ควรจะทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ว่าจะเป็นไข่แดงตับในถั่วอยู่ในผักขมรวมถึงสาหร่ายทะเลแล้วควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนเพราะอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นได้แก่พวกเนื้อหมูเนื้อเป็ดเนื้อไก่เนื้อกุ้งหรือแม้แต่เนื้อปลาอาหารที่บำรุงเลือดยังประกอบไปด้วยพวกโฟเลทและทองแดงซึ่งจะมีในทั้งเมล็ดทานตะวันนี่ช็อกโกแลตในผลไม้เช่นแคนตาลุป  ในผักเช่น บร็อกโครี่ผักกาดหอมหรือแม้แต่ในไม้ฝรั่งก็มี         

3 และสำหรับที่คุณแม่ที่เริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์แล้วควรจะกินไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัวอ้วนยิ่งในช่วงท้องแล้วเราก็มักจะกลัวว่าเมื่อคลอดลูกแล้วจะทำให้ลดน้ำหนักยากแต่การทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เพราะจะช่วยให้พลังงานของคุณแม่ให้คุณแม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากตอนที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนบ่อยดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต

4 และสำหรับใครที่เริ่มตั้งครรภ์แล้วมีอาการแพ้ท้องการจิบน้ำผลไม้หรือแม้แต่น้ำสมุนไพรจะช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นอาจจะจิบน้ำขิงเพื่อช่วยแก้อาการขึ้นไส้ จิบน้ำแตงโมหรือแม้แต่น้ำส้มเพื่อช่วยลดอาการขึ้นไส้เวียนศีรษะ

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  alpha88

ร่างกายต้องการคอลลาเจน

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อนี้แน่ๆนั้นก็คือ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่ร่างกายต้องการ และร่างกายเองนั้นก็สามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้ไม่เหมือนโปรตีนบางชนิดที่เราต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เพื่อดึงโปรตีนมาจากสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทุกคนทราบและทำความเข้าใจว่าคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองนั้นจึงทำให้หลายๆคนปล่อยปะละเลยไป ตามหลักแล้วคอลลาเจนนั้นมีช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณทั่วร่างกาย รวมไปถึงเล็บ เส้นผม อีกทั้งยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและข้อต่างๆตามร่างกายแข็งแข็ง

เมื่อทุกคนคิดว่าการที่ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้จึงไม่จำเป็นต้องหาสารอาหารที่มีคอลลาเจนมาเติมเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นสามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีผลวิจัยออกมากล่าวว่า ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพที่น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป จะลดถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้านำปัจจัยอื่นๆมาร่วมด้วยอาจจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ร่างกายหยุดการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเร็วขึ้น และสามารถสังเกตได้ง่ายถ้าหากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงอย่าง ผิวแห้ง ผิวหมอกคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย มีสิว ริ้วรอยชัดเจน ผมบาง ผมขาดหลุดรวง รวมไปถึงอาการปวดตามข้อต่างๆภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเตือนคุณว่าร่างกายได้เริ่มหยุดสร้างคอลลาเจนแล้ว

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคอลลาเจนแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เลย เพราะแท้จริงแล้วร่างกายยังคงต้องการคอลลาเจนอยู่ แต่ร่างกายเมื่อเรามีอายุที่มาขึ้นจึงทำให้การผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นน้อยลง ฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำนั้นก็คือการเติมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ด้วยนวัฒตกรรมสมัยใหม่นั้นมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นคอลลาเจนให้ทุกคนได้เลือกซื้อมาทานทั้งแบบเป็นเม็ดและแบบเป็นผง ที่จะมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้ก็สามารถทานคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติได้อย่างเช่น เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มีคอลลาเจนสูง ผักใบเขียว ไข่ ถั่วธัญพืชต่างๆ ถึงแม้ว่าในอาหารที่คอลลาเจนที่ไม่ได้เยอะและเพียงต่อร่างกายสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไหร่ก็เป็นอีกทางเลือกได้เช่นเดียวกันทที่จะทำให้ร่างกายไม่ขาดคอลลาเจน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ