Month: มิถุนายน 2020

SMS หนึ่งในยี่ห้อบุหรี่สุดดัง

บุหรี่ที่มาแรงอย่างมากได้สักพักนึง อาศัยช่วงที่ใครๆก็โดนขึ้นราคากันหมด แต่เจ้านี้เปิดตัวในราคาที่ถูกที่สุดในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่ามาถูกจังหวะสุดๆ และเป็นการตีตลาดล่างอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเขียแบรนด์เก่าๆให้หายสาบสูญกันไปเลยทีเดียว เจ้านี้นั้นมาจากไหนก็ยังงงๆ เพราะไม่ได้อยากจะมาพูดถึงที่มาของมัน แต่จะมาพูดถึงความเป็นมัน ที่ต้องบอกเลยว่า ไม่ได้ดีเด่นอะไร นอกจากราคาที่ถูกจนคนเลือกซื้อกัน คงเดาได้แล้วละว่า คนที่เลือกซื้อกันก็ต้องเป็นพวกคนที่มีรายได้จำกัดจำเขี่ยหน่อยนะ จากชื่อแล้วก็รู้สึกหนาวๆหน่อย ตอนที่เห็นครั้งแรกเห็นเพื่อซื้อมา รู้สึกไม่อยากลองดูดเลย แต่ก็สักตัว ของขาด ฮ่าๆ

พอได้ลอง อืม ก็นะ เรียกได้ว่าบุหรี่รูปแบบคนเงินน้อยจริงๆ เริ่มอย่างแรกเลยก็ตลกที่ตัวมวนบุหรี่ก็เบี้ยวไปเบี้ยวมา บุหรี่มันค่อนข้างหลวมๆ ไม่แน่นเลย นั้นทำให้มวนกระดาษจะบี้ได้ง่ายมากๆ เวลาดูดเข้าไปนั้น ก็จะรู้สึกถึงลมที่มากมายเข้าไปในปอด ไม่มีความแน่นเลยก็ว่าได้ แต่ก็แก้ขัดไปได้ พอเทียบกับราคา ก็โอเครแหละ แล้วก็มีสองสีให้เลือก สีแดงกับเขียวตามมาตรฐาน ถือว่าดูดได้เมื่อของขาดนะ แต่ก็อยากจะบอกไว้ว่าอย่าพยายามคาดหวังอะไรไว้มากนะ เดียวจะผิดหวัง ถึงอย่างไรก็ตาม บุหรี่ตัวนี้ก็มาตีตลาดล่างได้จริงๆ แล้วก็ทำรายได้ถล่มทลายไปเยอะเลย น่าเสียดายที่อยู่ดีๆก็เริ่มหายหน้าหายตาไป คนก็เลิกดูดก็ไปเองซะงั้น อาจจะเพราะคุณภาพของมันก็เป็นได้ ถูกเกินไป คุณภาพไม่ได้ บางคนก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องถูกขนาดนั้นนะ เพิ่มเพียงไม่กี่บาทก็ได้ บางแบรนด์ที่รู้สึกดีกว่า

ก็เป็นอย่างที่บอกไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า บุหรี่นั้นเป็นสิ่งที่เพิ่มความสุทรีย์ในการสูบ ทำให้อารมณ์ดี ผ่อนคลายได้บ้าง ดังนั้นแล้วถ้าได้สูบบุหรี่ที่สูบแล้วไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นที่ทำให้ดีขึ้น ก็คงต้องบอกตรงๆกันเลยว่า อย่าสูบยี่ห้อนั้นจะดีกว่า บางคนอาจจะลิ้นสูงสักหน่อย ที่ไม่ว่าดูดอะไรก็จะไม่ชอบ ต้องไปดูเฉพาะตัวดีๆเท่านั้น จริงอยู่แหละที่ไม่ว่าใครก็ตาม ได้ลองของดีกว่าก็ติดใจเป็นธรรมดา แล้วให้หันมาดูดตัวที่ถูกกว่า ก็จะเห็นความแตกต่างแล้วก็ทำให้ไม่สามารถดูดได้ อันนี้ผมก็เป็นนะ แต่ในบางสถานการณ์เชื่อว่า เราจะไม่เลือกสักเท่าไหร่ อย่างอยู่ในที่ไม่มีบุหรี่ แล้วมีแค่ยี่ห้อนี้ หรือมีเงินแค่นี้ ก็ต้องดูด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า Ufabet168

อาคารสุดท้ายของผู้ที่ป่วยเอดส์ที่วัดพระบาทน้ำพุ

ที่วัดพระบาทน้ำพุนั้นเป็นเรื่องที่เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่าเป็นวัดที่ผู้ที่ป่วยโรคเอดส์นั้นได้เข้าไปรักษาตัวกันซึ่งวัดนั้นได้ตั้งอยู่ที่ลพบุรีในแดนสุดท้ายของผู้ที่ป่วยหนักนั้นก็จะอยู่อีกแถบเพราะว่าทางวัดนั้นได้จัดที่เอาไว้และแยกผู้ที่ป่วยนั้นออกเป็นสัดเป็นส่วน  ผู้ที่ป่วยหนักนั้นก็จะอยู่อีกแดน 

ส่วนผู้ที่ป่วยแต่ว่าสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้นั้นก็จะต้องอยู่ที่แดนหนึ่ง  และก็ต้องทำหน้าที่แต่ละคนที่ได้รับมอบหมายที่ทางวัดนั้นได้มอบหมายให้ทำงาน  ส่วนผู้ที่ป่วยหนักก็จะอยู่อีกแถบ  และจะเอาคนที่มีจิตใจในการช่วยในเรื่องการช่วยทำความสะอาดผู้ที่ป่วยและมีโรคติดต่อที่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองนั้นได้  ให้มีคนมาช่วยเหลือ  และช่วยในการทำทำความสะอาด  และผู้ป่วยที่นี่นั้นจะมียากินตลอด จะมีคนที่จัดยานั้นเอามาให้ครบตามเวลา  

       ส่วนผู้ที่ป่วยแต่ว่าไม่โรคแทรกซ้อนนั้นพอถึงเวลาที่ว่างอย่างเช่นกลางวันนั้นก็จะมีคนนำทีมมาเต้นเพื่อที่จะได้ออกำลังกาย  

ส่วนในด้านชีวิตประจำวันนั้นต่างคนต่างมีงานที่ได้รับมอบหมายที่จะได้ไปทำเพื่อที่จะได้ช่วยกัน ส่วนผู้ที่ป่วยหนักนั้นก็จะมีคนมาช่วยกายยาภาพให้ตลอด โดยสถานการณ์แบบนี้นนั้นผู้ที่ป่วยโรคเอดส์ในประเทศไทยนั้นเพิ่มมากขึ้น  ส่วนมากนั้นจะพบในชายรักชายสูงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ในการควบคุมนั้นได้ออกมาพูดว่าได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าอีก 18 ปีข้างหน้านั้นระเทศไทยจะต้องมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ในรายใหม่นั้นต้องไม่เกินหนึ่งพันต่อปี  ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้นั้นเราก็ต้องติดตามคอยดูกันต่อไป  

      ส่วนในผู้ที่ป่วยที่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองนั้นได้เพราะว่าตัวเองนั้นได้เป็นผู้ที่ป่วยมีอาการที่แทรกซ้อนนั้นก็ต้องมีคนคอยช่วยเหลือและดูแล  ทางเจ้าอาวาสนั้นได้บอกว่าเดี่ยวนี้ไทยเรานั้นมียาที่ต้านไวรัสเอาไว้อย่างน้อยอาการนั้นก็ไม่ออกเหมือนคนที่เมื่อนหน้านั้นเพราะว่าเมื่อก่อนหน้านั้นได้มีการเผาศพคนที่ตายเพราะโรคเอดส์นั้นมากถึง 17 ศพต่อวันกันเลย  

ส่วนผู้ที่ป่วยนั้นก็ยังมีจิตใจที่สู้  บางคนนั้นเมื่อมีอาการแทรกซ้อนนั้นจากเมื่อก่อนที่แข็งแรงก็เริ่มที่จะทรุดตัวลงเพราะว่าอาการที่แทรกซ้อนดังนั้น   จึงได้มีการจัดกิจกรรมในการออกกำลังกายเพื่อที่จะได้ขยับตัวหลังจากที่ทุกคนนั้นต้องทำหน้าที่ตัวเองจากที่ได้รับมอบหมาย  ก็คือการออกกำลังกายเพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายของเรานั้นแข็ง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

เหตุผลที่การกิน Keto Diet แล้วยังไม่ผอม 

Keto Diet เป็นอีกวิธีของการลดน้ำหนัก หรือ ไดเอท ซึ่ง การใช้วิธีนี้ จะเน้นการกินจำพวกสัดส่วนของ ไขมัน มากกว่า จำพวก โปรตีน หรือ คาร์โบไฮเดรต โดยกิยไขมันถึง 70% ของแคลอรีต่อวัน ยกตัวอย่างอาหารประเภทที่อยู่จำพวกไขมัน คือ เบคอน เนื้อสัตว์ ไส้กรอก เนย ชีส และถั่วต่างๆ ส่วนโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จะอยู่สัดส่วนโดยประมาณ 25 % เท่านั้น 

เพราะเหตุนี้เองคนที่กิน Keto Diet ต้องระวังเรื่องการกินโปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต เพื่อให้อยู่ในสัดส่วนที่ถูกต้อง 

การที่กินอาหารประเภทโปรตีน อย่าง อกไก่ ไข่ต้ม มากเกินไปก็จะทำให้ได้รับโปรตีนเยอะเกินสัดส่วนที่ควบคุมไว้ หรือ การกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อย่าง ข้าว ขนมปัง มันม่วง ข้าวโพด หรือ ผักบางชนิดที่มีสารอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรต มากเกินไป ก็จะทำให้การลดแบบ Keto Diet ได้ผลยาก 

นอกจากนี้สาเหตุของการลดไม่ผอมจากการที่จะลดน้ำหนักแบบ Keto Diet ก็คือ การที่ชาวตีโตเจนนิก เผลอกินบ่อยจนเกินไป เพราะการกินแบบชาวคีโตเจนนิก มีอาหารหลายหลายประเภทให้เลือกกินได้ง่าย อาจจะทำให้เราเผลอกินอาหารที่มีไขมันมากจนเกินสัดส่วนไป จนทำให้อยากต่อการลดน้ำหนักได้ หรือ บางคนที่คิดว่า การกินอาหาร Low carb แล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะต้องกังวัลว่ากินคาร์โบไฮเดรตแล้ว จริงๆคุณกำลังคิดผิดอยู่เพราะอาหารบางอย่าง อย่างโปรตีนบาร์ ดาร์กช๊อคโกแลต 70%  ล้วนมีคาร์บโบไฮเดรตแฝงอยู่ หากคุณกินไปโดยคิดว่าเป็น Low carb แล้วปลอดภัย คุณลองคิดดูว่าการที่คุณกิน Low carb หลายๆ อย่างรวมกัน

มันก็กลายเป็นการเพิ่มจำนวนคาร์โบไฮเดรตให้สูงโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น คุณควรจะระวังอาหารต่างๆที่มี คำว่า Low carb ด้วยนะ สาเหตุอีกข้อของการกิน Keto Diet แล้วไม่ผอม คือ คุณลืมที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการที่คูณพักผ่อนน้อยหรือนอนน้อยเกินไป มันไปเพิ่มความเครียดให้กัลบร่างกายซึ่งพอร่างกายเรารู้สึกเครียดเมื่อไรก็ตาม ร่างกายจะปรับตัวให้เข้าสู่ภาวะต้องรอด กลายเป็นว่าร่างกายหวงไขมันในร่างกายเรายิ่งกว่าอะไร เลยทำให้การลดน้ำหนัก หรือ ไดเอท นั้นเป็นเรื่องยากมากจริงๆ 

เพราะฉะนั้นคนที่เริ่มสนใจหรือได้ทำ Keto Diet แล้วรู้สึกท้อ หรือไม่มั่นใจว่าจะทำได้ไหม ให้ลองค่อยๆศึกษาดูว่าวิธีนี้เหมาะกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน เพราะบางคนทำแล้วเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เพราะทำควบคุมไปกับการทำ IF หรือ Intermittent fasting ไปด้วย ยิ่งทำให้เค้าลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น แต่ในบางคนทำ Keto Diet แล้วเห็นผลค่อนข้างช้า คุณต้องใจเย็นๆและดูร่างกายคุณด้วยว่าทำแล้วเห็นผลอยางไร เพราะการทำ Keto Diet ร่างกายจะใช้เวลาปรับตัวอยู่ 1-2อาทิตย์ ถึงจะค่อยเห็นผลนะ 

 

 

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

นิโคติน สารในบุหรี่มวน

บุหรี่ เคยได้ชื่อว่าเป็น ยมทูต อย่าเรียกว่าเคยจะดีกว่า มันก็คือยมทูตมาตลอดนั้นแหละ ที่ได้ชื่อนี้ก็ง่ายๆเลย เพราะว่าในบุหรี่นั้นมีสารอยู่มากมาย เป็นสารประกอบที่เกิดจากสองส่วนใหญ่ๆ นั้นก็คือสารที่มีอยู่แล้วในใบยาสูบ และสารที่เกิดจากการเผาไหม้ใบชาและกระดาษมวนรวมถึงก้นกรองบุหรี่ที่ไหม้อีกด้วย

ซึ่งสารเหล่านี้มักจะมีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัว แต่ต้องเขาใจก่อนนะว่า บางตัวมันไม่มีข้อดีเลยก็มี เป็นสารที่เราไม่ได้ต้องการจะรับมันเขาไป แต่ดันเลือกไม่ได้จริงๆ ถ้ามีการเผาไหม้ก็ต้องมีมัน อะไรทำนองนี้น่ะ วันนี้เราจะมาจำแนกสารแต่ละชนิดที่อันตรายต่อร่างกายหลักๆ มีทั้งหมดถึง 8 ตัว ที่สามารถเป็นดั่งยมทูตให้กับตัวคนสูบได้เลย เพราะทุกตัวนั้นจะสะสมในร่างกายจนกว่ามันจะทำรายร่างกายโดยสมบูรณ์

ตัวแรกที่เรารู้จักกันดีนั้นคือ สารนิโคติน ต้องบอกเลยว่า สารตัวนี้เป็นสารจำเป็นของบุหรี่เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นสารตัวที่ทุกคนที่สูบบุหรี่อยากจะรับมันเข้าไปที่สุดแล้วล่ะ เพราะว่ามันจะช่วยกระตุ้นอะไรหลายๆอย่างในตัว ทำให้เราหายเครียดหรือรู้สึกผ่อนคลายไปซักระยะหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่มันทำแบบนั้นมันต้องเข้าไปยุ่งกับระบบเลือด ซึ่งเป็นระบบที่เลี้ยงร่างกายทั้งร่างกายเลยล่ะ แล้วนั้นทำให้มันไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ ถ้าสะสมอย่างเดียวก็คงไม่เป็นไร แต่มันสะสมแล้วส่งผลเสียอย่างมากมาย อย่างพวกความดันสูง หรือหัวใจเต้นเร็ว แล้วก็ทำให้ระบบประสาทนั้นทำงานผิดปกติ อะไรหลายๆอย่าง

นั้นเกิดจากการสะสมเป็นระยะเวลานาน จริงๆแล้วมันก็เกิดขึ้นเลยเมื่อได้รับสารเข้าไปแหละ แต่แรกๆนั้นมันจะยังไม่ค่อยมีผลอะไรมากทำให้เรานั้นไม่รู้สึกอะไร แต่พอมันเริ่มเยอะเดี๋ยวเราก็จะรู้สึกเอง สารตัวนี้จริงๆแล้วมีดีนะ เพราะมันเป็นสารที่ช่วยระงับอาการของโรคพาคินสันด้วย แล้วนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งของสารนิโคตินนี้ ถึงแม้ว่ามันจะมีอันตราย แต่ประโยชน์ก็ใช่ว่าจะไม่มี ดังนั้นแล้วการสูบบุหรี่ในบางแง่นั้นก็เป็นการทำเพื่อรักษาโรคได้เช่นกัน

เราอาจจะได้ยินคนพูดถึงนิโคตินกันเยอะแล้ว ก็ลองดูนะว่ามันดีหรือไม่ดีกับเราอย่างไร มันมีข้อดี แต่ก็ต้องยอมรับข้อเสียในตัวเอง เพราะฉนั้นควรจะหาอะไรมาทดแทนสิ่งดีๆของมันนะ จะได้ไม่ต้องยอมเอาของเสียของนิโคตินเข้าตัวไปด้วย แล้วมันจะเป็นอะไรที่โง่มากๆเลยสำหรับการต้องแรกกับสิ่งแย่ๆเข้าตัว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่บาคาร่า

โรคนอนไม่หลับ โรคที่ไม่ร้ายแรงแต่น่ารำคาญใจ

         เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยปัญหากับการนอนไม่หลับ ซึ่งที่หลายคนเป็นคือ เมื่อถึงเวลาที่ควรจะนอนแล้วแต่ไม่สามารถนอนหลับได้ หรือบางคนนอนหลับไปแล้ว แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่สามารถกลับไปนอนหลับต่อได้อีก บางครั้งรู้สึกว่าอยากนอนมาก เพลียมากแต่เมื่อล้มตัวลงนอนกลับนอนไม่หลับซึ่งอาการนอนไม่หลับนี้ มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนที่ปันโรคนี้มาก ซึ่งมันมีผลทั้งต่อการเรียน การทำงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 

          สำหรับคนโดยปกติทั่วไปแล้ว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอสำหรับแต่ละช่วงวัยแล้ว จำนวนชั่วโมงที่ร่างกายต้องการก็แตกต่างกันด้วย โดยหากเป็นเด็กแรกเกิดต้องพักผ่อนมากๆ จำนวนที่ควรนอนคือ 14-17 ชม. ต่อวัน แต่ถ้าหากอายุ 1-2 ปีควรนอน 14 ชม. ต่อวัน และอายุ 3-5 ปีควรนอน 10-13 ชม. ต่อวันโดยยิ่งโตขึ้นมามากจำนวนการนอนหลับพักผ่อนก็จะน้อยลง คืออายุ 6-13 ปีควรนอน 9-11 ชม.ต่อวัน  อายุ 14-17 ปีควรนอน 8-10 ชม.ต่อวันแต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วนอนเพียง 7-9 ชม. ต่อวันก็เพียงพอ ทีจำนวนชั่วโมงการนอนของผู้ใหญ่น้อยลงนั้น สาเหตุมาจาก ร่างกายจะผลิตสารที่ทำให้นอนหลับได้น้อยลง

อันที่จริงโรคนอนไม่หลับเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกันเช่น 

     ทางด้านร่างกาย ส่วนใหญ่เกิดจากร่างกายมีอาการเจ็บป่วย มีปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ หรือร่างการได้รับความเจ็บปวด จึงทำให้นอนไม่ค่อยหลับ หรือนอนหลับแล้วมีอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกหรือบางครั้งอาจเกิดจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อมีอายุมากขึ้นความต้องการนอนหลับพักผ่อนก็จะน้อยลงตามช่วงเวลาที่เคยระบุไว้ในขั้นต้น

      ทางด้านจิตใจ   ปัญหาทางด้านจิตใจก็คือความเครียด ความวิตกกังวล  การตื่นเต้น หรือหดหู่  อาการต่างๆเหล่านี้แม้เป็นผลทางด้านจิตใจแต่ก็ส่งต่อมากระทบให้เรานอนไม่หลับได้เหมือนกัน

      ด้านสิ่งแวดล้อมปัจจัยภายนอก  เช่น มีเสียงดังรบกวน  แสงที่ส่องเข้าตา  และมีกลิ่นมาคอยรบกวนช่วงเวลาการนอน 

      นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีผลต่อการนอนไม่หลับเช่น อาจจะเคยนอนผิดเวลาบ่อยจนร่างกายชิน เช่นการทำงานเป็นกะ  หรือการปรับตัวไม่ทันเมือต้องเดินทางข้ามประเทศที่เวลาไม่ตรงกัน หรือการกินมากจนเกินไป การดื่มคาเฟอีน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการนอนไม่หลับทั้งสิ้น

        ส่วนการรักษาโรคนอนไม่หลับนั้น ทำง่ายๆเพียงต้องพยายามนอนและตื่นเวลาเดิมให้เป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายมีความเคยชิน อย่าหมกมุ่นอย่าเครียดกับทุกเรื่องจนเกินไป ออกกำลังกาย และงดอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะแพทย์อาจต้องมีการให้ทานยาควบคุมกับการดูแลตัวเองด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  sagame