Month: สิงหาคม 2021

จริงหรือไม่ ที่ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่า

โรคมะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในผู้ชาย ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ และก็เจอในเพศชายมากยิ่งกว่าสตรีราว ๆ 2-3 เท่า เนื่องมาจากผู้ชายมีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงมากยิ่งกว่าผู้หญิง นอกนอกนี้โรคมะเร็งตับยังมีการดำเนินโรคที่รวดเร็ว ผู้เจ็บป่วยที่เข้ามารับการตรวจชอบมีลักษณะอาการไม่ดีเหมือนปกติหรือโรคแพร่กระจายไป ๆมา ๆ แล้ว เมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับ ก็มักเสียชีวิตได้ใน 3-6 เดือน คิดเป็น 40% ของคนที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

สิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดโรคมะเร็งตับ

  1. คนป่วยเคยเป็นโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบประเภทบี และซี หรือเป็นพยาธิใบไม้ในตับ
  2. การได้รับพิษที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อรา (สารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ที่มักพบในถั่ว, พริกแห้ง, กระเทียม แล้วก็หัวหอมฯลฯ)
  3. การได้รับสารเคมีที่เกิดขึ้นจากของกินที่หมักดองบ่อย ๆ
  4. การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เสมอ ๆ
  5. โรคทางพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น เบาหวาน ซึ่งทำให้มีการเกิดไขมันเกาะตับรวมทั้งเป็นโรคตับแข็งตามมา

จากสาเหตุต่าง ๆ ที่กล่าวมาต้นสายปลายเหตุจริง ๆ ที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งตับในประเทศไทยเป็นการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งต้นสายปลายเหตุโดยมากมีสาเหตุมาจากติดต่อจากแม่มาสู่ลูก แต่ว่าในประเทศที่ทางฝั่งยุโรปนั้นพบว่าต้นสายปลายเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งตับเป็นการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

อาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ

ในช่วงแรกจะไม่มีการแสดงอาการ คนป่วยจะรู้สึกตัวว่าเป็นโรคมะเร็งตับก็เมื่อมีลักษณะที่เป็นเยอะแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เจ็บท้อง เบื่อข้าว น้ำหนักลดโดยไม่รู้มูลเหตุ อ่อนแรงเรื้อรัง อ้วก คลื่นไส้ แน่นท้อง ท้องผูก ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ลูบคลำพบก้อนขนาดใหญ่ใต้ชายโครงทางขวา เมื่อตรวจเลือดจะเจอค่าลักษณะการทำงานของตับแตกต่างจากปกติ และก็บางทีอาจเจอสารระบุโรคมะเร็ง AFP สูงมากขึ้น

การตรวจวิเคราะห์

  1. เริ่มแรกจะใช้แนวทางซักประวัติความเป็นมาของผู้ป่วยก่อน รวมทั้งการตรวจสุขภาพโดยรวม
  2. การพิสูจน์จากการตรวจหาเชื้อจากเลือด เพื่อมองหลักการทำงานของตับ เชื้อไวรัสตับอักเสบ และก็สารชี้โรคมะเร็งตับ AFP (alpha-fetoprotein)
  3. การตรวจทางรังสีที่ตับและก็ท้อง อาทิเช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจเอกซเรย์แบบ CT scan การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  4. การตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา

 

ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเพศไหนวัยไหนก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น อาจจะเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนเริ่มสนใจสุขภาพน้อยลง เพราะต้องดำเนินชีวิตให้ทันเวลาที่วางแผนไว้ แต่อย่างไรก็ตามการดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ควรจะหาเวลาบริหารร่างกายสักเล็กน้อย ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมตรวจสุขภาพบ้าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ใครเคยเป็นบ้าง โรคชอบล้วงคออ้วก หลังจากทานอาหาร

โรคชอบล้วงคออ้วก โรคบูลิเมีย มีชื่อเต็ม ๆ ว่า บูลิเมีย เนอโวซา เป็นโรคที่เมื่อรับประทานอะไรเข้าไปแล้วจะทำให้คลื่นไส้ เป็นภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในทางที่ไม่ดีเกี่ยวกับการทานอาหาร เกี่ยวข้องกับการกินอาหาร โดยเป็นความเปลี่ยนไปจากปกติที่มีลักษณะรูปแบบที่เริ่มจากการกินอาหารจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆโดยเฉพาะของกินที่มีแคลอรีสูง แล้วและก็ตามด้วยการพยายามกำจัดของกินที่พึ่งรับประทานเข้าไปนั้น ด้วยแนวทางการทำให้ตนเองอ้วกหรือการใช้ยา ยกตัวอย่างเช่น ยาระบาย ยาถ่าย คนที่เป็น Bulimia จะพบได้บ่อย ๆ ในบรรดาหญิงสาวในตอนวัยรุ่นส่วนปลายถึงตอนวัยยี่สิบต้น ๆ

ลักษณะของโรค Bulimia

โรค Bulimia ออกอาการได้หลายชนิดนา ๆ ประการ ทั้งยังด้านความนึกคิด ความประพฤติ โรคชอบล้วงคออ้วก รวมทั้งอาการทางร่างกาย ยกตัวอย่าง คือ 

– มีการทานอาหารจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อผ่านไปไม่นานก็จะมีการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นคือหาวิธี หาแนวทางการทำให้คลื่นไส้ เพื่อเอาของที่ทานเข้าไปออกมา

– ไม่ชอบกินอาหารหรือของกินรวมกับคนที่ไปด้วย หรือมักจะหายตัวไปสักพักทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพราะจะแอบไปทำการล้วงคออ้วกของกินที่พึ่งจะรับประทานเข้าไปออกมา

– มีความประพฤติที่ชอบแอบเก็บกักของกินไว้กิน

– หมกมุ่นกับการงดอาหาร งดกิน รวมทั้งการบริหารร่างกาย

– หลบหลีกการเข้าสังคมแล้วก็อาจมีการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดให้ตัวเอง

– คิดไปเองว่าตนเองอ้วน

 

ผู้เจ็บป่วยอาจมีน้ำหนักตัวขึ้นลงแต่ว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI อยู่ในมาตรฐานปกติ แต่ผู้คนที่เจ็บไข้หรือป่วยด้วยโรคนี้ ก็จะยังรู้สึกว่าตัวเองมีรูปร่างอ้วน ซึ่งไม่ตรงกับสภาพร่างกายที่เป็นอยู่จริง อาการทางร่างกายอื่น ๆ ที่เจอ ได้แก่ เจ็บท้อง ท้องแน่น ของกินไม่ย่อย ท้องผูกหรือท้องร่วง ขาดน้ำ เหน็ดเหนื่อยง่าย ๆ แบบผิดปกติ เสี่ยงเป็นลม

 

ภาวะแทรกซ้อนของโรค Bulimia

วิธีการทำให้ตัวเองคลื่นไส้เป็นประจำสามารถเป็นเหตุให้เกิดความเคลื่อนไหวทางร่างกายในทางที่ไม่ดีได้ดังต่อไปนี้

– กรดจากกระเพาะทำให้มีการเกิดการอักเสบของกระเพาะรวมทั้งมีความเจ็บปวดบริเวณหลอดอาหาร

– ฟันผุ ฟันเปลี่ยนสี มีเหงือกอักเสบแล้วก็มีกลิ่นปาก เพราะว่ากรดของกระเพาะ

– บริเวณใบหน้าดูราวกับว่าบวมฉุ จากการที่ต่อมน้ำลายบวม

– ไตบางทีอาจเสียหาย มีนิ่วไต จากการสูญเสียน้ำมากจนเกินไป

– แนวทางการทำงานของหัวใจไม่ดีเหมือนปกติ ใจสั่น จากการเสียสมดุลของเกลือแร่

– ผิวหนังแห้ง ผมร่วงมาก 

– หากคนป่วยใช้ยาระบายบ่อย ๆ อาจจะก่อความเสียหายให้กล้ามเนื้อของลำไส้อยู่ในภาวะที่แย่ได้

 

โรคบูลิเมียนั้น หากพิจารณาดูแล้ว ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลาย ๆ คนก็อาจจะเคยเป็น หรือพบเห็นเพื่อน ๆ เป็น อย่างไรก็ตามควรดูแลตนเอง หมั่นสังเกตพฤติกรรมของตนเองและเพื่อน ๆ  ที่คาดว่าอาจจะเป็นโรคนี้ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

ข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19

หลาย ๆ คน ที่กำลังจะเตรียมตัวฉีดวัคซีน หรือหาข้อมูลอยู่ คงมีคำถามที่สงสัยกันมาก ๆ การฉีดวัคซีนโควิด-19 เกี่ยวกับวัคซีน วันนี้เรามีคำถามและคำตอบเกี่ยวกับฉีดวัคซีน โควิด-19 มากฝากกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

หลังจากที่ได้รับวัคซีนเข้าสู่ร่างกายแล้วยังมีโอกาสที่จะเสี่ยงเป็นโควิดหรือเปล่า ?

เพราะว่าวัคซีนไม่อาจจะคุ้มครองปกป้องเราจากเชื้อ COVID -19 ได้ 100% โดยเหตุนั้น หากแม้ได้รัลวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ก็ยังเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้อยู่ แม้กระนั้นสามารถลดความร้ายแรงของโรคได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งข้างหลังฉีดยาเสนอแนะให้ประพฤติตัวด้วยการเว้นระยะห่างแล้วก็การใส่หน้ากากอนามัย เมื่ออยู่นอกบ้าน

ฉีดวัคซีนไปแล้วจะมีเอฟเฟคอะไรบ้าง อันตรายหรือเปล่า ?

เอฟเฟคต่าง ๆ ที่จะเจอจากการรับวัคซีนโดยมากจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ ตัวอย่างเช่น ลักษณะของการปวดรอบ ๆ ที่ฉีด รวมทั้งผลกระทบที่ไม่ร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ฯลฯ

คนวัยชราควรจะฉีดวัคซีนที่ใช้เทคนิคการผลิตแบบไหน ?

สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป  การฉีดวัคซีนโควิด-19 เสนอแนะให้ฉีดของแอสทราเซเนก้า เนื่องจากว่าการศึกษาวิจัยที่รายงานถึงสมรรถนะแล้วก็ความปลอดภัยในคนวัยนี้ สำหรับแบรนด์ซิโนแวค จากรายงานผลการึกษา โดยมากมาจากคนรับวัคซีนในช่วงอายุ 18-59 ปี แม้กระนั้นในคนที่อายุเกิน 60 ปีข้อมูลการศึกษายังมีน้อย ในประเทศไทยก็เลยยังไม่มีการใช้วัคซีนตัวนี้ในผู้ที่มีอายุมากแล้ว

เด็ก ๆ ควรจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือยัง ?

วัคซีนโควิด ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวครวมทั้งวัคซีนของแอสทราเซเนก้ายังไม่มีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับการฉีดให้ในคนอายุน้อยกว่า 18 ปี ก็เลยยังไม่มีข้อเสนอแนะให้ฉีดยา และก็ถ้าหากปรารถนาที่จะฉีดจริง ๆ ควรจะหารือกับหมอก่อน

ผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์อยู่ฉีดวัคซีนโควิดได้หรือเปล่า ?

วัคซีนโควิด ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวคแล้วก็วัคซีนของแอสทราเซเนก้ายังไม่มีข้อมูลการศึกษาในคนท้อง ก็เลยยังไม่มีข้อเสนอแนะให้ฉีด และก็แม้ปรารถนาฉีดควรจะขอความเห็นจากหมอที่เชี่ยวชาญ

หลังได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 จำต้องตรวจภูมิต้านทาน เพื่อเช็คว่าภูมิขึ้นพอจะคุ้มครองป้องกันการรับเชื้อไหม ?

หลังได้รับวัคซีนแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจภูมิต้านทาน เว้นเสียแต่มีจุดหมายสำหรับในการตรวจ เพื่อการเก็บข้อมูลทำการวิจัยเพียงแค่นั้น

 

แต่การที่เราได้รับวัคซีนควรจะรับให้ครบตามโดสตามที่ระบุ แล้วก็ให้ความเอาใจใส่สำหรับในการสร้างภูมิต้านทานก็เลยเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ ขณะนี้ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน อย่าลืมไปรับวัคซีน เพื่อให้ห่างไกลจากการป่วยด้วยโควิด-19 เพื่อสุขภาพของคุณแล้วก็ผู้ที่คุณรัก

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บนมือถือ

3 ประโยชน์จากการกินกล้วย

กล้วย เป็นผลไม้ที่สามารถหารับประทานได้ง่าย เพราะไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคไหนก็มีกันทั้งนั้น ปัจจุบันนี้กล้วยมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์เป็นอย่างมาก อาทิเช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำหว้า กล้วยไข่ กล้ายตานี หรืออื่น ๆ อีกมากมาย โดยกล้ายนานาชนิดก็จะมี ประโยชน์จากการกินกล้วย และมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ปกติแล้ว

จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นมักนิยมรับประทานกล้วยน้ำหว้ากัน เนื่องจากเป็นกล้วยที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้ และมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่รับประทานวันละ 2 ลูก ก็สามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกกำลังกายได้ถึง 90 นาที

นอกจากนี้การรับประทานกล้วยยังไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากกล้วยจะมีน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มพลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะมาบอกถึง ประโยชน์จากการกินกล้วย ที่เราจะได้รับหากเราเลือกรับประทานกล้วยเป็นประจำ การรับประทานกล้วยจะสามารถช่วยเรื่องไหนได้บ้างไปดูกันเลย 

กินกล้วยช่วยลดน้ำหนัก รู้หรือไม่ว่านอกจากกล้วยจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องในระหว่างวันได้แล้ว กล้วยยังสามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่สามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้ หากใครที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการลดน้ำหนัก เพียงแค่กินกล้วยวันละ 2 ลูกควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย 

กินกล้วยแก้ท้องอืด อาการท้องอืดเป็นอาการที่เกิดได้บ่อย เพราะเนื่องจากร่างกายมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปจนส่งผลให้ร่างไม่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งกล้วยนับเป็นผลไม้ที่มีจุลินทรีย์โปรไบโอติก ที่สามารถช่วยลดอาการท้องเสียได้ รวมไปถึงอากรท้องอืดด้วย หากใครที่มักมีปัญหาอาการท้องอืด อาการไม่ย่อยอยู่บ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยเป็นประจำ รับรองได้เลยว่าช่วยลดอาการได้อย่างแน่นอน 

กินกล้วยช่วยลดอาการซึมเศร้า การกินกล้วยเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง การกินกล้วยยังช่วยให้สมองของเรามีสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย เนื่องจากในกล้วยจะอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือกรดอะมิโนที่สามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ช่วยลดความกังวล และส่งผลให้เราอารมณ์ดีมากขึ้นอีกด้วย ทั้งยังช่วยให้เรานอนหลับสายตลอดทั้งคืน ตื่นเช้ามารู้สึกสดชื่นอีกด้วย ยิ่งถ้าใครทีปัญหาการนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อย ๆ การรับประทานกล้วยไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดไหนก็ตามเป็นประจำ รับรองได้เลยว่ากล้วยอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ช่วยคุณได้แน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ