การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

หนึ่งในโรคที่พบเจอมากในปัจจุบันของผู้สูงอายุในประเทศไทย คือโรคเบาหวาน อันเนื่องมาจากการทำงานของอินสุลินในร่างกายบกพร่อง และจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดผลเสียต่ออวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะหากผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดแผลที่เท้า ระบบไหลเวียนเลือดส่งเลือดไปเลี้ยงที่เท้าได้ไม่ดี ปลายประสาทรับสัมผัสสูญเสียหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งเสี่ยงต่อการมีโอกาสได้ตัดเท้าค่อนข้างสูง หากมีการดูแลสุขภาพเท้าไม่ถูกต้อง ดังนั้นวันนี้วิธีการดูแลเท้าที่ถูกต้องมาแนะนำกันค่ะ 

  1. ควบคุมและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  2. ดูแลรักษาความสะอาดของเท้าอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ปล่อยให้บริเวณซอกนิ้วเท้าอับชื้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่าย
  3. ตรวจดูเท้า บริเวณนิ้วเท้าว่ามีความผิดปกติ มีแผล รอยกดหรือมีรอยฟกช้ำหรือไม่ 
  4. แนะนำให้ใช้โลชั่นทาบริเวณนิ้วเท้า ปลายเท้า หลังเท้า แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณซอกนิ้ว เพราะอาจเกิดการหมักหมม เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  5. ควรสมถุงเท้าทุกครั้งขณะสัมผัสอากาศหนาว 
  6. บริหารนิ้วเท้าปลายเท้าทุกวัน
  7. หมั่นตัดเล็บให้สั้นทุกครั้งและควรตัดเล็บแบบแนวตรง และตัดตามแนวขอบเล็บ
  8. ควรใส่รองเท้าที่สวมใส่สบาย พอดีเท้า 
  9. สวมถุงเท้าก่อนใส่ถุงเท้าทุกครั้งเพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างผิวและรองเท้า ทำให้เกิดแผลได้ง่าย
  10. ไปตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือด 

วิธีการดูแลเท้าสามารถทำได้ง่าย และทำเองได้ที่บ้าน ดังนี้

  1. การแช่เท้าในน้ำอุ่น และการนวดฝ่าเท้า โดยการผสมน้ำอุ่นในกะละมัง ผสมกับการเตรียมผิวมะกรูด จากนั้นแช่เท้าผู้ป่วยในกะละมังที่เตรียมไว้ และช่วยนวดบริเวณฝ่าเท้า หลังเท้า เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด และการผ่อนคลายของร่างกาย 
  2. การเหยียบกะลามะพร้าว โดยการนำกะลามะพร้าวไปวางบริเวณพื้นดินที่เตรียมไว้ ประมาณ 5 แถว แถวละ 4 อัน ไม่ต้องวางชิดกันมาก ห่างกันประมาณ 5 ซม. จากนั้นให้ผู้ป่วยเหยียบ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงบริเวณฝ่าเท้า  ลดอาการชาบริเวณปลายเท้า ถือเป็นนวัตกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน 

            หากสามารถดูแลเท้าตนเองได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  การถูกตัดเท้าก็จะลดน้อยลง ควบคู่กับ

การดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวาน อาหารทอด หรืออาหารทะเล ที่อาจจะทำให้มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดตามมา เพราะเบาหวานมักจะมาควบคู่กันกับความดันโลหิตสูง เนื่องจากเลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้น การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นเริ่มดูแลเท้าก่อนที่จะเกิดผลเสียที่ร้ายแรงตามมาจากการเกิดแผลที่เท้า เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ เท่านี้แหละค่ะผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหากมีการปฏิบัติตัวที่ดี