จริงหรือไม่ ที่ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่า

โรคมะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในผู้ชาย ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ และก็เจอในเพศชายมากยิ่งกว่าสตรีราว ๆ 2-3 เท่า เนื่องมาจากผู้ชายมีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงมากยิ่งกว่าผู้หญิง นอกนอกนี้โรคมะเร็งตับยังมีการดำเนินโรคที่รวดเร็ว ผู้เจ็บป่วยที่เข้ามารับการตรวจชอบมีลักษณะอาการไม่ดีเหมือนปกติหรือโรคแพร่กระจายไป ๆมา ๆ แล้ว เมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับ ก็มักเสียชีวิตได้ใน 3-6 เดือน คิดเป็น 40% ของคนที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

สิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดโรคมะเร็งตับ

  1. คนป่วยเคยเป็นโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบประเภทบี และซี หรือเป็นพยาธิใบไม้ในตับ
  2. การได้รับพิษที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อรา (สารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ที่มักพบในถั่ว, พริกแห้ง, กระเทียม แล้วก็หัวหอมฯลฯ)
  3. การได้รับสารเคมีที่เกิดขึ้นจากของกินที่หมักดองบ่อย ๆ
  4. การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เสมอ ๆ
  5. โรคทางพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น เบาหวาน ซึ่งทำให้มีการเกิดไขมันเกาะตับรวมทั้งเป็นโรคตับแข็งตามมา

จากสาเหตุต่าง ๆ ที่กล่าวมาต้นสายปลายเหตุจริง ๆ ที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งตับในประเทศไทยเป็นการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งต้นสายปลายเหตุโดยมากมีสาเหตุมาจากติดต่อจากแม่มาสู่ลูก แต่ว่าในประเทศที่ทางฝั่งยุโรปนั้นพบว่าต้นสายปลายเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งตับเป็นการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

อาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ

ในช่วงแรกจะไม่มีการแสดงอาการ คนป่วยจะรู้สึกตัวว่าเป็นโรคมะเร็งตับก็เมื่อมีลักษณะที่เป็นเยอะแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เจ็บท้อง เบื่อข้าว น้ำหนักลดโดยไม่รู้มูลเหตุ อ่อนแรงเรื้อรัง อ้วก คลื่นไส้ แน่นท้อง ท้องผูก ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ลูบคลำพบก้อนขนาดใหญ่ใต้ชายโครงทางขวา เมื่อตรวจเลือดจะเจอค่าลักษณะการทำงานของตับแตกต่างจากปกติ และก็บางทีอาจเจอสารระบุโรคมะเร็ง AFP สูงมากขึ้น

การตรวจวิเคราะห์

  1. เริ่มแรกจะใช้แนวทางซักประวัติความเป็นมาของผู้ป่วยก่อน รวมทั้งการตรวจสุขภาพโดยรวม
  2. การพิสูจน์จากการตรวจหาเชื้อจากเลือด เพื่อมองหลักการทำงานของตับ เชื้อไวรัสตับอักเสบ และก็สารชี้โรคมะเร็งตับ AFP (alpha-fetoprotein)
  3. การตรวจทางรังสีที่ตับและก็ท้อง อาทิเช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจเอกซเรย์แบบ CT scan การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  4. การตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา

 

ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเพศไหนวัยไหนก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น อาจจะเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนเริ่มสนใจสุขภาพน้อยลง เพราะต้องดำเนินชีวิตให้ทันเวลาที่วางแผนไว้ แต่อย่างไรก็ตามการดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ควรจะหาเวลาบริหารร่างกายสักเล็กน้อย ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมตรวจสุขภาพบ้าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้