Category: สุขภาพ

การดื่มน้ำเปล่า

น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์มากที่สุดเมื่อเทียบกับอาหาร ร่างกายสามารถขาดอาหารได้แต่ไม่สามารถขาดน้ำได้นั่นเอง เพราะน้ำนั้นเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ร่างกายมนุษย์นั้นสามารถดำรงอยู่ได้

การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน และการดื่มน้ำที่มีประโยชน์นั้นก็จะสามารถช่วยยืดอายุของร่างกายได้อีกด้วยแล้วน้ำที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายคือน้ำอะไร แน่นอนว่าน้ำที่ดีแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายที่สุดก็คือน้ำเปล่านั่นเองเพราะเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ไม่มีการแต่งสีแต่งกลิ่นหรือผ่านกรรมวิธีที่ทำให้มีกลิ่นหรือมีรสชาติต่างๆ

น้ำเปล่าจึงเป็นสิ่งที่เราต้องมีการรับประทานทุกวันเพื่อการดำรงชีวิต และน้ำเปล่านั้นไม่ได้เป็นสิ่งเพื่อการเนินชีวิตเท่านั้น เมื่อในแต่ละวันร่างกายได้รับปริมาณน้ำเปล่าที่เพียงพอน้ำเปล่าก็จะช่วยส่งผลดีต่อระบบในร่างกายๆต่าง ไม่ว่าจะเป็นการกระหายน้ำ หากมีการรับประทานน้ำในปริมาณที่เพียงพอก็จะไม่เกิดอาการกระหายน้ำและทำให้ร่างกายสมดุล อาการกระหายน้ำนั้นเกิดจากการที่ได้รับปริมาณเข้าสู่น้ำต่อวันไม่พอนั่นเอง เมื่อเกิดอาการกระหายน้ำแล้ว ก็จะมีอาการต่างๆตามมา เช่น ปากแห้ง คอแห้ง เป็นต้น การรับประทานน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

นอกจากนี้แล้วนั้นน้ำเปล่ายังสามารถช่วยลดความอ้วนได้ด้วย หลายๆคนอาจจะยังไม่ทรายว่าการรับประทานน้ำเปล่านั้นจะสามารถช่วยลดความอ้วนได้จริงๆหรอ แน่นอนว่าการรับประทานน้ำเปล่านั้นสามารถช่วยลดความอ้วนได้จริง เพราะเมื่อร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยทำให้ร่างกายไม่เกิดการกระหายและจะช่วยลดความหิวได้นั่นเอง เพราะในบางครั้งร่างกายอาจจะเกิดความสับสนระหว่างหิวน้ำแลหิวข้าวนั่นเอง และเมื่อเราดื่มน้ำในปริมาณหนึ่งเข้าไปร่างกายกระจะรู้สึกอิ่มและทำความเข้าใจว่าที่หิวนั้นไม่ได้หิวข้างแต่เป็นอาการหิวน้ำนั่นเอง

นอกจากลดคามอ้วนแล้วก็สามารถช่วยลดเริ่มรอยและสามารถช่วยชะลอวัยได้ เพราะการรับประทนน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการหรือปริมาณมาก จะไปช่วยคืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิวจึงทำให้ผู้ที่ดื่มน้ำในปริมาณมากมักจะเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ช้าขึ้นนั่นเอง และเคล็ดลับการดื่มน้ำเพื่อลดริ้วรอยและชะลอวัยควรจะดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ3ลิตร โดยไม่ใช่การดื่มครั้งเดียวแต่ต้องแบ่งดื่มในแต่ละช่วงเวลา คือเช้า กลางวัน เย็น และการดื่มน้ำก่อนนอนเป็นเรื่องที่สำคัญและจะช่วยในเรื่องลดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างดีคือการดื่มน้ำก่อนนอนนั่นเอง เพราะในขณะที่เราหลับนั้นน้ำจะไปช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆโดยเฉพาะผิวและดูดซึมสู่ผิวทำให้ตื่นมาจะรู้สึกถึงความชุ่มชื่นได้เลย

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

เมื่อเราอยากที่จะลดน้ำหนักด้วยการที่เราออกกำลังกาย 

แน่นอนว่าเดี่ยวนี้นั้นคนเราส่วนใหญ่เริ่มที่จะหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพกันอย่างมากเพราะว่าด้วยเดี่ยวนี้นนั้นการที่เรามีหุ่นตัวเล็กและการที่เรารู้จักดูแลตัวเองจะไม่ทำให้เราเป็นโรคอีกด้วย  เพราะว่าการที่เราปล่อยตัวไม่ออกกำลังกายจะทำให้เราเป็นโรคอ้วน  หรือว่าเป็นโรคไขมันเพราะว่าเริ่มจากการที่เรากินอาหารไม่เลือกนั่นเอง  แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราดูแลตัวเองเราจะมีสุขภาพที่ดีไม่เป็นโรค  

         เริ่มจากการที่เราเรื่องอาหารการกืนเป็นส่วนแรกการที่เราจะดูแลตัวเองไม่ให้อ้วนเราต้องเริ่มจากการที่เรากินเพราะว่าอาหารที่เรากินเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก  เมื่อเรากินทุกอย่างกินไม่เลือกเราจะเป็นโรคได้  ไม่ว่าจะเป็นไขมัน  โรคเบาหวานหรือว่าโรคอ้วนนั่นเอง  เพราะว่ามาจากการที่เรากินไม่เลือก  ดังนั้นเราควรที่จะเลือกอาหารการกิน

      เมื่อเรากินอาหารได้เราก็ควรที่จะออกกำลังกายได้เช่นกัน เพราะว่าการที่เราออกกำลังกายคือการที่เราเผาผลาญสิ่งที่ตกค้างนั้นให้ถูกขับออกทางเหงื่อ  ดังนั้นเราก็ควรที่จะดูแลสุขภาพของเราด้วยการที่เราออกกำลังกาย  และการออกกำลังกายมีหลายแบบอย่าง  ดังนั้นเราก็ควรที่จะเลือกการออกกำลังจากการที่เราวิ่งหรือวว่าเดินนั้นค่อยยกระดับไป  การที่เราออกกำลังกายจะทำให้เราห่างจากโรคภัยไข้เจ็บ  

       และอีกอย่างห่างจากโรคและก็ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและไม่อ้วนอีกด้วย  และห่างจากโรคได้ง่าย  

การที่เราจะลดน้ำหนักเราก็ควรที่จะใส่ใจในเรื่องการกินหรือว่าการที่เราออกกำลังกายเพราะว่าจะทำให้เรามีหุ่นที่ดีไม่เป็นโรคอ้วน  เราต้องมีความซื่อตรงและก็มีระเบียบวินัยในการเลือกกินด้วย  อย่างเช่นเราต้องไม่กินไขมันหรือว่าของหวาน  อย่างเช่นการที่เรากินกาแฟเพราะว่าในกาแฟมีทั้งน้ำตาลและไขมันที่ทำให้เราอ้วนได้ง่าย  

     การที่เราไม่กินของมันหรือว่าของทอดเพราะว่าจะทำให้ในร่างกายของเรามีไขมันที่เยอะและการที่เราที่เรากินแต่ของทอดนั้นจะทำให้เราอ้วนลงพุงดังนั้นเราก็ควรที่จะเลือกอาหารกินอย่างเช่นเมื่อเราอยากกินปลาเราก็กินปลานึ่งแทนการทอดเพราะว่าว่าปลาทอดมีไขมัน   ปลานึ่งไม่มีไขมันเราก็ควรที่จะกินปลานึ่งแทน  

และเราก็ควรที่จะกินผักมากกว่าการที่เราเนื้อสัตว์เพราะว่าเนื้อสัตว์ทำให้เราเกิดอาการถ่ายยาก  และทำให้ท้องของเราผูกอีกด้วย  ดังนั้นเราก็ควรที่จะผักมากกว่ากินเนื้อสัตว์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร Gclub

If คืออะไร

        ปัญหาเรื่องรูปร่างเป็นเรื่องที่อาจจะกำลังกวนใจใครหลายๆคนอยู่ และแน่นอนว่าการที่เรามีรูปร่างที่หนาเตอะไปด้วยไขมันนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี เพราะไขมันส่วนเกินเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ไม่ดี และไม่ใช่แค่นั้นไขมันส่วนเกินยังเป็นบ่อเกิดแห่งโรคต่างๆมากมายที่อาจจะตามมาได้ในภายหลังหากเราปล่อยเลยตามเลยให้ร่างกายทำการสร้างไขมันและเกิดการสะสมไปเรื่อยๆอยู่นั้นก็ย่อมที่จะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีในการลดไขมันด้วยวิธีการ If นั่นเอง

       หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับคำว่า IF บางคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรสำหรับ IF หรือ Intermittent Fasting นั้นก็คือวิธีการหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีคนบางกลุ่มหันมาให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่จะเลือกใช้วิธีการนี้ในการลดน้ำหนัก โดยวิธีกานนั้นจะเป็นลักษณะของการที่ผู้ที่จะลดน้ำหนักหรือไขมันนั้นเลือกกินในรูปแบบที่มีการจำกัดช่วงเวลาในการกินอาหารในแต่ละมื้อนั่นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นสำหรับวิธีการเช่นนี้เป็นวิธีที่หลายๆจากคนทั่วโลกนั้นได้เลือกใช้ในลดน้ำหนักกันมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นเวลามากว่า 8 ปี

โดยที่ในปัจจุบันนี้ก็เริ่มกลายมาเป็นกระแสนิยมมากขึ้นซึ่งส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนลดน้ำหนักที่เลือกใช้วิธีการนี้ก็จะเป็นกลุ่มของผู้บริหาร พนักงานออฟฟิศ รวมไปถึงผู้คนในยุคนี้ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีเวลาในการไปออกกำลังกายอย่างจริงจังที่ต้องใช้เวลามากๆ แต่ทั้งนี้สำหรับใครที่กำลังสนใจและอยากจะเริ่มใช้วิธีการ IF นี้

ในการลดน้ำหนักก็จะต้องมีความรู้ว่าวิธีการนี้นั้นจะมีการแบ่งช่วงเวลาในการกินแต่ละมื้ออาหารนั้นออกเป็น 2 ช่วงเวลาด้วยกันนั่นก็คือ Fasting คือช่วงเวลาที่ต้องอด หรืองดการรับประทานอาหารทุกประเภทแต่สามารถที่จะดื่มน้ำเปล่าได้ปกติ และสำหรับช่วง Feeding ก็คือช่วงเวลาที่เรานั้นสามารถที่จะกินอาหารได้นั่นเอง สำหรับการทำ IF โดยหลักการแล้วเราจะได้ประโยชน์หลักเลยก็คือมันจะช่วยทำให้ระบบการเผาผลาญไขมันภายในร่างกายของเรานั้นดีขึ้น เมื่อร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ได้ดีขึ้นแล้วจึงช่วยทำให้น้ำหนักของเราลดลงตามไปนั่นเอง

ซึ่งในกระบวนการการเผาผลาญไขมันด้วยวิธีนี้ก็สามารถที่จะอธิบายได้ดังนี้ว่าในช่วงที่เรานั้นอดอาหารอยู่ก็จะเกิดปฏิกิริยาของร่างกายอย่างการที่ระดับอินซูลินในร่างกายเรานั้นก็จะลดลงไปและ Growth Hormone นั้นก็จะสูงขึ้นมา และเมื่อเราได้มีการฝึกให้ร่างกายมีการอดอาหารในระยะเวลาสั้นซึ่งก็จะสลับกันแบบนี้ไปก็จะเป็นการช่วยให้ร่างกายเราเองได้เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันให้ดีขึ้นได้จากเดิมด้วย ซึ่งก็เป็นวิธีที่ดีมากๆในการช่วยลดไขมันสะสมบริเวณรอบเอวที่เป็นไขมันไม่ดีในร่างกายเรา สำหรับวิธีการนี้เป็นหลักการที่ดีที่จะไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อของร่างกายเรานั้นลดลงไป

        อย่างไรก็ตามประโยชน์จากการทำ IF นั้นไม่ได้มีแค่ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวแต่ยังประโยชน์อีกมากอย่างเช่นการทำ IF นั้นสามารถที่จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคหัวใจ ความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน โรคอ้วนและโรคมะเร็ง รวมไปถึงการช่วยให้มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสุดท้ายแล้วก็ไม่ควรลืมที่จะออกกำลังกายเพื่อเป็นการกระชับกล้ามเนื้อควบคู่ไปด้วย และการรับประทานอาหารที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการที่จะลดน้ำหนักให้เห็นผลดีที่สุด 

 

ขอบคุณ  ทางเข้า ufabet มือถือ  ที่ให้การสนับสนุน

การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

หนึ่งในโรคที่พบเจอมากในปัจจุบันของผู้สูงอายุในประเทศไทย คือโรคเบาหวาน อันเนื่องมาจากการทำงานของอินสุลินในร่างกายบกพร่อง และจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดผลเสียต่ออวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะหากผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดแผลที่เท้า ระบบไหลเวียนเลือดส่งเลือดไปเลี้ยงที่เท้าได้ไม่ดี ปลายประสาทรับสัมผัสสูญเสียหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งเสี่ยงต่อการมีโอกาสได้ตัดเท้าค่อนข้างสูง หากมีการดูแลสุขภาพเท้าไม่ถูกต้อง ดังนั้นวันนี้วิธีการดูแลเท้าที่ถูกต้องมาแนะนำกันค่ะ 

  1. ควบคุมและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  2. ดูแลรักษาความสะอาดของเท้าอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ปล่อยให้บริเวณซอกนิ้วเท้าอับชื้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่าย
  3. ตรวจดูเท้า บริเวณนิ้วเท้าว่ามีความผิดปกติ มีแผล รอยกดหรือมีรอยฟกช้ำหรือไม่ 
  4. แนะนำให้ใช้โลชั่นทาบริเวณนิ้วเท้า ปลายเท้า หลังเท้า แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณซอกนิ้ว เพราะอาจเกิดการหมักหมม เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  5. ควรสมถุงเท้าทุกครั้งขณะสัมผัสอากาศหนาว 
  6. บริหารนิ้วเท้าปลายเท้าทุกวัน
  7. หมั่นตัดเล็บให้สั้นทุกครั้งและควรตัดเล็บแบบแนวตรง และตัดตามแนวขอบเล็บ
  8. ควรใส่รองเท้าที่สวมใส่สบาย พอดีเท้า 
  9. สวมถุงเท้าก่อนใส่ถุงเท้าทุกครั้งเพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างผิวและรองเท้า ทำให้เกิดแผลได้ง่าย
  10. ไปตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือด 

วิธีการดูแลเท้าสามารถทำได้ง่าย และทำเองได้ที่บ้าน ดังนี้

  1. การแช่เท้าในน้ำอุ่น และการนวดฝ่าเท้า โดยการผสมน้ำอุ่นในกะละมัง ผสมกับการเตรียมผิวมะกรูด จากนั้นแช่เท้าผู้ป่วยในกะละมังที่เตรียมไว้ และช่วยนวดบริเวณฝ่าเท้า หลังเท้า เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด และการผ่อนคลายของร่างกาย 
  2. การเหยียบกะลามะพร้าว โดยการนำกะลามะพร้าวไปวางบริเวณพื้นดินที่เตรียมไว้ ประมาณ 5 แถว แถวละ 4 อัน ไม่ต้องวางชิดกันมาก ห่างกันประมาณ 5 ซม. จากนั้นให้ผู้ป่วยเหยียบ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงบริเวณฝ่าเท้า  ลดอาการชาบริเวณปลายเท้า ถือเป็นนวัตกรรมการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน 

            หากสามารถดูแลเท้าตนเองได้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  การถูกตัดเท้าก็จะลดน้อยลง ควบคู่กับ

การดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวาน อาหารทอด หรืออาหารทะเล ที่อาจจะทำให้มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงในเลือดตามมา เพราะเบาหวานมักจะมาควบคู่กันกับความดันโลหิตสูง เนื่องจากเลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้น การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นเริ่มดูแลเท้าก่อนที่จะเกิดผลเสียที่ร้ายแรงตามมาจากการเกิดแผลที่เท้า เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ เท่านี้แหละค่ะผู้ป่วยเบาหวานก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหากมีการปฏิบัติตัวที่ดี 

คอลลาเจน กินอย่างไรให้เห็นผล และขาวจริงหรือไม่

ทำไมเราต้องกินคอลลาเจน? ต้องบอกก่อนว่าความจริงแล้วร่างกายของเรานั้นสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่เพราะระบบการทำงานของร่างกายบวกกับอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบที่ผลิตคอลลาเจนในร่างกายน้อยลง เช่นเดียวกับการทำงานของระบบอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายนั้นแหละที่เราทราบกันดีว่ายิ่งอายุอายุมากขึ้นร่างกายก็จะยิ่งเสื่อม

แล้วคอลลาเจนมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย? คอลลาเจน มีชื่อเสียงในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ เส้นผม เล็บ และที่ใครหลายคนมักจะไม่ค่อยรู้กันก็คือ คอลลาเจนยังช่วยในเรื่องของกระดูกและข้อต่างๆของร่างกาย เมื่อเราอายุมากขึ้นจึงมีความเป็นที่จะต้องเติมคอลลาเจนเข้าไปทดแทนในส่วนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตออกมาได้เยอะเหมือนครั้งที่เยาว์วัย

ซึ่งการเปลี่ยนทางร่างกายนั้นจะเริ่มเมื่ออายุ 25 ปี เวลาอายุที่เหมาะแก่การทานคอลลาเจนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอายุที่เข้าสู่วัย 30 ปี เรื่องริ้วรอยจะเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่อายุ 30 ปี สิ่งที่ตามมาของการขาดคอลลาเจนคือเรื่องของการปวดกระดูกและตามข้อต่างๆ ซึ่งในคนยุคสมัยใหม่ก็จะเริ่มมีอาการให้เห็นเร็วกว่าเดิมมากขึ้น แล้วเราจะทานคอลลาเจนได้จากอะไรบ้าง? ซึ่งจะมีอยู่ในทั้งอาหารจากแหล่งธรรมชาติ และ อาหารเสริม ในส่วนของอาหารนั้นอยู่ในอาหารประเภทปลา ผักใบเขียว ธัญพืชบางชนิด เป็นต้น

และอีกแบบก็คือ อาหารเสริม ที่ผลิตภัณฑ์จะมีทั้งแบบเม็ด และ แบบผง ให้ได้เลือกทาน แล้วจะทานคอลลาเจนอย่างไรให้เห็นผล? ซึ่งได้มีการทดลองจากกลุ่มคนที่ทานคอลลาเจนและจากงานวิจัยได้ออกมาบอกว่า การทานคอลลาเจนควรที่ท้องยังว่าง เพราะจะทำให้ร่างกายมีการดูดซึมได้ดี และถ้าหากเราทานคอลลาเจนพร้อมกับวิตามินซีจะยิ่งเป็นผลดี

เพราะวิตามินซีจะยิ่งเข้าช่วยกระตุ้นกระดูดซึมของร่างกายให้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ต่อมาซึ่งความเชื่อที่ว่า คอลลาเจนทานแล้วขาวจริงไหม? ต้องบอกก่อนว่าคอลลาเจนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 Type ซึ่งคอลลาเจนที่จะช่วยบำรุงและดูแลเรื่องสุขภาพผิวนั้นคือ คอลลาเจน Type 2 และ 3 ในความเป็นจริงนั้น คอลลาเจนไม่ได้มีส่วนช่วยให้ขาวขึ้นแต่อย่างใดเลย เพียงจะช่วยให้ผิวมีนุ่ม เนียน ใส ดูอ่อนวัยมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นแล้วสาวๆหนุ่มๆ

คนนั้นที่หวังจะทานคอลลาเจนให้ขาวนั้น ต้องบอกเลยว่าคิดผิดอย่างแน่นอน แล้วทำไมมีคนทานคอลลาเจนแล้วมารีวิวว่าขาวล่ะ? นั้นอาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆด้วยอย่างเช่น การทาครีมจากภายนอก การทานอาหาร เป็นต้น เพราะอย่างนั้นแล้วก่อนทานอะไรนั้นไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมอะไรก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันมาให้ดีๆนะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

ถึงนอนดึกก็ยังสวยได้ถ้าทำสิ่งต่อไปนี้ 

ความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แต่หลายคนก็มักจะมองข้ามเรื่องของการดูแลตัวเอง บางคนใช้ตัวช่วยเพื่อเสิรมความงามด้วยการไปศัลยกรรม หรือบางคนก็เน้นโป๊ะครีมบำรุงทุกวัน แต่คุณอาจจะลืมไปว่าการดูแลความสวยงามที่ดีที่สุดคือการดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ เพียงแค่เราไม่นอนดึกก็สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว แต่หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนอนดึกได้ เพราะบางครั้งด้วยงานและภาระหน้าที่ก็บังคับให้สาวๆอย่างเราต้องนอนดึก และบางคนก็ติดหนุ่มเกาหลีเกินจะทิ้งกันได้ลงจึงต้องดูทีวีจนดึกดื่น นอกจะทำให้สายตาต้องทำงานหนักแล้วผิวหน้ายังโทรมอีกด้วย

ดังนั้นเราจึงหาวิธีแนะนำการนอนดึกอย่างไรให้หน้าไม่โทรมาฝากกันค่ะ

  1. ใครๆก็รู้ว่าตัวช่วยเรื่องผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสของคนเราได้ดีที่สุดก็คือน้ำ โดยปกติต่างกายของเราต้องการน้ำวันละ 6-8 แก้วอยู่แล้วแต่หากเรานอนดึกควรจะเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นไปอีก เพราะการที่เรานอนดึกจะทำให้ร่างกายของเราเสียน้ำไปมาก เราจึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเพราะให้ไปทดแทนส่วนที่หายไป แต่การดื่มควรดื่มทีละนิดหรือจิบไปบ่อยๆเรื่อยๆแทนการดื่มทีเดียวหมดแก้ว 
  2. อย่าลืมหาครีมบำรุงผิวอย่างดีมาช่วยดูแลผิวของเราให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นกว่าเดิมด้วย เพราะต่อให้เรานอนแต่หัวค่ำทุกวันแต่ผิวพรรณขาดครีมบำรุงก็ทำให้ผิวพรรณของเราแห้งกร้านไม่สวยใสได้
  3. อย่าที่รู้กันดีว่าหากนอนดึกใต้ตาจะเป็นสีดำคล้ำดังนั้น เราจึงควรหาเวลาดูแลรักษาผิวด้วยการนำแตงกวาแช่เย็นมาหั่นให้เป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาพอกที่หน้า อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น 
  4. ตื่นมาตอนเช้าควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น โดยเอาน้ำที่มาจากการแช่เย็นเมื่อคืนก็ได้ นำมาล้างหน้าแทนการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพราะหากผิวเราโดนน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายตื่นตัว รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
  5. หากมีเวลาแนะนำให้บำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว โดยนำมาหยุดใส่มือแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ทุกวัน วันละ 10 นาทีแล้วค่อยล้างน้ำออก จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
  6. และหากใครมีเวลา ก่อนนอนให้นำถุงชาที่ใช้แล้วไปแช่เย็นแล้วนำมาปิดตรงรอบตา จะช่วยให้ผิวใต้ตายผ่อนคลายได้มาก ช่วยหรือถุงใต้ตาบวมจากการนอนดึกได้มากเลยค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

มาหาผลไม้ทานสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์กันเถอะ

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนละไม้ก็เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายปลดผลไม้แต่ละชนิดมักจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันเรามาดูกันว่าผลไม้ชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์

ฝรั่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าในฝรั่งจะมีวิตามินซีเยอะรวมถึงวิตามินเอดังนั้นการกินฝรั่งจะช่วยบำรุงในเรื่องของฟันและเหงือกที่มีความแข็งแรงที่สำคัญยังช่วยป้องกันไม่ให้เราเป็นหวัดง่ายได้อีกด้วย

ลูกพรุนเป็นผลไม้ที่เหมาะให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เอาไว้ทานเล่นลูกคุณจะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโลหิตจางเนื่องจากในรูปหุ่นมีธาตุเหล็กสูงดังนั้นลูกพูดนี้จะช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกายของคุณแม่เอาไว้ใช้ในช่วงที่กำลังจะคลอดลูกได้อีกด้วย

สับปะรดอย่างที่เรารู้กันดีว่าสับปะรดจะมีวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนสูงดังนั้นสับปะรดจะช่วยให้กับคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันให้มีร่างกายที่แข็งแรงและยังช่วยในเรื่องของการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่หาง่ายและกินง่ายในกล้วยจะมีทั้งแคลเซียมฟอสฟอรัสซึ่งจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณแม่และเสริมสร้างกระดูกของลูกน้อยให้แข็งแรง

มะพร้าวในมะพร้าวนั้นจะมีทั้งแคลเซี่ยมและกลูโคสรวมถึงโปรตีนสูงหากคุณแม่อ่อนเพลียเบื่ออาหารการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยได้ให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีทั้งฟอสฟอรัสแคลเซียมและเบต้าแคโรทีนซึ่งจะช่วยในเรื่องของกระดูกและฟันที่แข็งแรงสำหรับทารกที่อยู่ในครรภ์และสำหรับตัวคุณแม่เองแต่มะม่วงสุกก็อร่อยมากๆกินแล้วคุณแม่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

แตงโม ในแตงโมจะเต็มไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความดันในเลือดและแตงโมยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำสูงดังนั้นกินแล้วจะช่วยดับกระหายใครร้อนได้เป็นอย่างดี

แอปเปิลผลไม้ชนิดนี้มีเกลือแร่และวิตามินที่มีประโยชน์เยอะมากที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายหากกินแอปเปิลจะช่วยในเรื่องของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับคอเลสเตอรอลไม่ให้สูงจนเกินไปแถมยังอร่อยดีและมีประโยชน์

ส้มผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากๆหาซื้อได้ง่ายรับประทานทั้งแบบเป็นผลสดสดหรือจะนำมาคันเป็นน้ำผลไม้ก็ได้กินแล้วจะอร่อยชุ่มคอช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายและช่วยในเรื่องของลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ง่ายอีกด้วย

เห็นไหมเขาว่าผลไม้แต่ละชนิดมีประโยชน์มากมายจริงๆแล้วคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถกินผลไม้ได้ทุกชนิดเพียงแต่ว่าควรจะมีการกินแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่ได้กินเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเพื่อที่จะได้รับสารอาหารได้เต็มและครบถ้วน

 

มาเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์กันเถอะ 

เชื่อว่าหลายคนเมื่อแต่งงานแล้วก็ย่อมอยากมีลูกน้อยไว้เฉยชมเป็นของตัวเองดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีแนะนำการเตรียมตัวในการเลือกรับประทานอาหารก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน

มาดูกันว่าขั้นตอนการเตรียมตัวนั้นมียังไงบ้าง

1 หาแกจะเป็นคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลือกกินอาหารอย่างไรให้เหมาะสมสำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นว่าที่คุณแม่ควรจะมีการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงในการเตรียมความพร้อมที่จะมีบุตรดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ในทุกๆวันและทุกทุกมื้อที่สำคัญอาหารที่กินคุณอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและกดโฟลิกเพื่อที่จะเป็นการบำรุงเลือดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะโดยปกติแล้วสำหรับคนที่ไปปรึกษาแพทย์เพราะอยากจะมีลูกคุณหมอมักจะให้ยากดโฟลิกมากินเป็นการบำรุงร่างกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงก็จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่ได้อีกช่องทางหนึ่งและการที่เรากินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจะไปเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะว่าเมื่อท้องแล้วคุณแม่จำเป็นจะต้องสูญเสียแคลเซี่ยมไปให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก

2 อาหารที่บำรุงเลือดได้แก่อาหารที่จะมาช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ดังนั้นคุณแม่ควรจะทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ว่าจะเป็นไข่แดงตับในถั่วอยู่ในผักขมรวมถึงสาหร่ายทะเลแล้วควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนเพราะอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นได้แก่พวกเนื้อหมูเนื้อเป็ดเนื้อไก่เนื้อกุ้งหรือแม้แต่เนื้อปลาอาหารที่บำรุงเลือดยังประกอบไปด้วยพวกโฟเลทและทองแดงซึ่งจะมีในทั้งเมล็ดทานตะวันนี่ช็อกโกแลตในผลไม้เช่นแคนตาลุป  ในผักเช่น บร็อกโครี่ผักกาดหอมหรือแม้แต่ในไม้ฝรั่งก็มี         

3 และสำหรับที่คุณแม่ที่เริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์แล้วควรจะกินไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัวอ้วนยิ่งในช่วงท้องแล้วเราก็มักจะกลัวว่าเมื่อคลอดลูกแล้วจะทำให้ลดน้ำหนักยากแต่การทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เพราะจะช่วยให้พลังงานของคุณแม่ให้คุณแม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากตอนที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนบ่อยดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต

4 และสำหรับใครที่เริ่มตั้งครรภ์แล้วมีอาการแพ้ท้องการจิบน้ำผลไม้หรือแม้แต่น้ำสมุนไพรจะช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นอาจจะจิบน้ำขิงเพื่อช่วยแก้อาการขึ้นไส้ จิบน้ำแตงโมหรือแม้แต่น้ำส้มเพื่อช่วยลดอาการขึ้นไส้เวียนศีรษะ

ร่างกายต้องการคอลลาเจน

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อนี้แน่ๆนั้นก็คือ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่ร่างกายต้องการ และร่างกายเองนั้นก็สามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้ไม่เหมือนโปรตีนบางชนิดที่เราต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เพื่อดึงโปรตีนมาจากสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทุกคนทราบและทำความเข้าใจว่าคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองนั้นจึงทำให้หลายๆคนปล่อยปะละเลยไป ตามหลักแล้วคอลลาเจนนั้นมีช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณทั่วร่างกาย รวมไปถึงเล็บ เส้นผม อีกทั้งยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและข้อต่างๆตามร่างกายแข็งแข็ง

เมื่อทุกคนคิดว่าการที่ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้จึงไม่จำเป็นต้องหาสารอาหารที่มีคอลลาเจนมาเติมเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นสามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีผลวิจัยออกมากล่าวว่า ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพที่น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป จะลดถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้านำปัจจัยอื่นๆมาร่วมด้วยอาจจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ร่างกายหยุดการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเร็วขึ้น และสามารถสังเกตได้ง่ายถ้าหากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงอย่าง ผิวแห้ง ผิวหมอกคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย มีสิว ริ้วรอยชัดเจน ผมบาง ผมขาดหลุดรวง รวมไปถึงอาการปวดตามข้อต่างๆภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเตือนคุณว่าร่างกายได้เริ่มหยุดสร้างคอลลาเจนแล้ว

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคอลลาเจนแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เลย เพราะแท้จริงแล้วร่างกายยังคงต้องการคอลลาเจนอยู่ แต่ร่างกายเมื่อเรามีอายุที่มาขึ้นจึงทำให้การผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นน้อยลง ฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำนั้นก็คือการเติมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ด้วยนวัฒตกรรมสมัยใหม่นั้นมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นคอลลาเจนให้ทุกคนได้เลือกซื้อมาทานทั้งแบบเป็นเม็ดและแบบเป็นผง ที่จะมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้ก็สามารถทานคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติได้อย่างเช่น เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มีคอลลาเจนสูง ผักใบเขียว ไข่ ถั่วธัญพืชต่างๆ ถึงแม้ว่าในอาหารที่คอลลาเจนที่ไม่ได้เยอะและเพียงต่อร่างกายสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไหร่ก็เป็นอีกทางเลือกได้เช่นเดียวกันทที่จะทำให้ร่างกายไม่ขาดคอลลาเจน

การดูแลสุขภาพทั่วไป

แก้ไขกลิ่นตัว

คุณเป็นอีกหนึ่งคนใช่หรือไม่ที่มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นตัว แน่นอนแหละ เพราะดูจากสภาพอากาศของประเทศไทยที่แดดร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมีเหงื่อออก และมีกลิ่นตัว แต่นอกเหนือจากสาเหตุนี้มันยังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วยนะที่สามารถทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ เคยลองเช็คหรือลองสังเกตตัวเองกันบ้างหรือป่าวว่าเรานั้นมีกลิ่นตัวมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นตัวนั้นเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างไปดูกันว่าอะไรบ้างดังนี้

1.เริ่มจากการสังเกตและหาสาเหตุว่าปัญหากลิ่นตัวของตนเองเกิดจากอะไร เพราะหลายคนมักจะละเลยสิ่งนี้ แล้วโทษสาเหตุอื่นๆ บางคนนั้นไม่ได้มีกลิ่นตัวจากการอยู่ที่แดดร้อนหรือที่อบอ้าว แต่อาจจะมาจากการใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับ ซึ่งเราทุกคนควรจะหาสาเหตุของปัญหานี้อย่างดีเสียก่อน เพื่อการแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด

2.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากร่างกายเราเองนั้น สิ่งที่ควรแก้ไขได้แก่

– การลดอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน อาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศอยู่มากอย่างหัวหอม ข่า ตะไคร้ และเครื่องเทศแกงกระหรี่ เนื่องจากอาหารรสจัดจะส่งผลกับกลิ่นตัว

– การเลือกใช้สบู่ในการอาบน้ำ ควรเลือกใช้สบู่ที่มีกำจัดหรือช่วยยับบั้งแบคทีเรียโดยเฉพาะ

– การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หากมีเหงื่อออกที่ใต้วงแขวนมาก ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายประเภทลูกกลิ้งอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะจะยิ่งทำให้เหนี่ยวเฉอะแฉะมากขึ้น ควรใช้ประเภทสเปรย์ หรือแป้ง เพื่อจะได้ช่วยในดูดซับความอับชื้อ

– ควรทำสครับผิว เพื่อที่จะช่วยขัดเอาเหงื่อขี้ไคลสิ่งสกปรกออกจากผิว

3.หากเป็นกลิ่นตัวที่เกิดจากเสื้อผ้า ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการผลิตภัณฑ์ที่เลือกนำมาทำความสะอาดผ้า ผงซักฟอก และ น้ำยาปรับผ้านุ่ม และไม่ควรตากผ้าในห้องหรือในที่ร่ม ควรที่จะตากผ้ากับแสงแดดเพื่อให้แบคทีเรียที่ยังคงเกาะตามเสื้อหายออกไป และการทำความตู้เสื้อผ้า ควรจะหมั่นทำความสะตู้เสื้อผ้าเสมอ เพราะเปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียที่จะเกาะตามเสื้อผ้าส่งผลให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้มีกลิ่น

4.การเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม เพราะสภาพอากาศประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นมีอากาศที่ร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อเรานั้นออกง่ายกว่าปกติ เราควรสวมใส่เสื้อแบบสบายๆให้ทำกิจกรรมอย่างคล่อง จากที่บอกในข้อที่แล้ว หากเสื้อผ้าที่เหม็นอับอยู่แล้วจะส่งผลให้มีกลิ่นตัวออกมา แล้วว่าด้วยเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนซึ่งจะทำให้เรานั้นเหงื่อออกก็จะยิ่งทำให้ปีปฏิกิริยากับกลิ่นของเสื้อได้ง่าย จะยิ่งทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น

5.พบแพทย์ ซึ่งการมมีกลิ่นตัวนั้นสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์และทำการรักษาให้กลิ่นลดน้อยลงหรือหายขาดได้ และสำหรับผู้ที่เหงื่ออกง่ายก็สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแก้ไขได้เดียวกัน ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางการแพทย์สามารถช่วยได้

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ