Tag: การดูแลสุขภาพ

มาเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์กันเถอะ 

เชื่อว่าหลายคนเมื่อแต่งงานแล้วก็ย่อมอยากมีลูกน้อยไว้เฉยชมเป็นของตัวเองดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีแนะนำการเตรียมตัวในการเลือกรับประทานอาหารก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน

มาดูกันว่าขั้นตอนการเตรียมตัวนั้นมียังไงบ้าง

1 หาแกจะเป็นคุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลือกกินอาหารอย่างไรให้เหมาะสมสำหรับเรื่องอาหารการกินนั้นว่าที่คุณแม่ควรจะมีการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงในการเตรียมความพร้อมที่จะมีบุตรดังนั้นควรกินอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ในทุกๆวันและทุกทุกมื้อที่สำคัญอาหารที่กินคุณอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมและกดโฟลิกเพื่อที่จะเป็นการบำรุงเลือดก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะโดยปกติแล้วสำหรับคนที่ไปปรึกษาแพทย์เพราะอยากจะมีลูกคุณหมอมักจะให้ยากดโฟลิกมากินเป็นการบำรุงร่างกายอยู่แล้วดังนั้นการกินอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงก็จะช่วยดูแลสุขภาพคุณแม่ได้อีกช่องทางหนึ่งและการที่เรากินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจะไปเสริมสร้างกระดูกของคุณแม่ให้แข็งแรงก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เพราะว่าเมื่อท้องแล้วคุณแม่จำเป็นจะต้องสูญเสียแคลเซี่ยมไปให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก

2 อาหารที่บำรุงเลือดได้แก่อาหารที่จะมาช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ดังนั้นคุณแม่ควรจะทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ว่าจะเป็นไข่แดงตับในถั่วอยู่ในผักขมรวมถึงสาหร่ายทะเลแล้วควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนเพราะอาหารที่มีโปรตีนจะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นได้แก่พวกเนื้อหมูเนื้อเป็ดเนื้อไก่เนื้อกุ้งหรือแม้แต่เนื้อปลาอาหารที่บำรุงเลือดยังประกอบไปด้วยพวกโฟเลทและทองแดงซึ่งจะมีในทั้งเมล็ดทานตะวันนี่ช็อกโกแลตในผลไม้เช่นแคนตาลุป  ในผักเช่น บร็อกโครี่ผักกาดหอมหรือแม้แต่ในไม้ฝรั่งก็มี         

3 และสำหรับที่คุณแม่ที่เริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์แล้วควรจะกินไขมันและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัวอ้วนยิ่งในช่วงท้องแล้วเราก็มักจะกลัวว่าเมื่อคลอดลูกแล้วจะทำให้ลดน้ำหนักยากแต่การทานไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในช่วงที่คุณแม่มีการตั้งครรภ์เพราะจะช่วยให้พลังงานของคุณแม่ให้คุณแม่มีเรี่ยวแรงเนื่องจากตอนที่ตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลียและคลื่นไส้อาเจียนบ่อยดังนั้นช่วงนี้ไม่ควรงดอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรต

4 และสำหรับใครที่เริ่มตั้งครรภ์แล้วมีอาการแพ้ท้องการจิบน้ำผลไม้หรือแม้แต่น้ำสมุนไพรจะช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นอาจจะจิบน้ำขิงเพื่อช่วยแก้อาการขึ้นไส้ จิบน้ำแตงโมหรือแม้แต่น้ำส้มเพื่อช่วยลดอาการขึ้นไส้เวียนศีรษะ

ร่างกายต้องการคอลลาเจน

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อนี้แน่ๆนั้นก็คือ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่ร่างกายต้องการ และร่างกายเองนั้นก็สามารถผลิตมันขึ้นมาเองได้ไม่เหมือนโปรตีนบางชนิดที่เราต้องอาศัยการรับประทานอาหาร เพื่อดึงโปรตีนมาจากสารอาหารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทุกคนทราบและทำความเข้าใจว่าคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองนั้นจึงทำให้หลายๆคนปล่อยปะละเลยไป ตามหลักแล้วคอลลาเจนนั้นมีช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณทั่วร่างกาย รวมไปถึงเล็บ เส้นผม อีกทั้งยังเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและข้อต่างๆตามร่างกายแข็งแข็ง

เมื่อทุกคนคิดว่าการที่ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้จึงไม่จำเป็นต้องหาสารอาหารที่มีคอลลาเจนมาเติมเหมือนสารอาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนของร่างกายนั้นสามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีผลวิจัยออกมากล่าวว่า ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้มีประสิทธิภาพที่น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป จะลดถึง 1.5% ต่อปีเลยทีเดียว และถ้านำปัจจัยอื่นๆมาร่วมด้วยอาจจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเปรียบเสมือนตัวเร่งที่ทำให้ร่างกายหยุดการผลิตคอลลาเจนได้อย่างเร็วขึ้น และสามารถสังเกตได้ง่ายถ้าหากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงอย่าง ผิวแห้ง ผิวหมอกคล้ำ ผิวหย่อนคล้อย มีสิว ริ้วรอยชัดเจน ผมบาง ผมขาดหลุดรวง รวมไปถึงอาการปวดตามข้อต่างๆภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเตือนคุณว่าร่างกายได้เริ่มหยุดสร้างคอลลาเจนแล้ว

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจนนั้นเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคอลลาเจนแล้ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เลย เพราะแท้จริงแล้วร่างกายยังคงต้องการคอลลาเจนอยู่ แต่ร่างกายเมื่อเรามีอายุที่มาขึ้นจึงทำให้การผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นน้อยลง ฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำนั้นก็คือการเติมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ด้วยนวัฒตกรรมสมัยใหม่นั้นมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นคอลลาเจนให้ทุกคนได้เลือกซื้อมาทานทั้งแบบเป็นเม็ดและแบบเป็นผง ที่จะมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย

หรือสำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้ก็สามารถทานคอลลาเจนได้จากแหล่งอาหารทางธรรมชาติได้อย่างเช่น เนื้อปลาโดยเฉพาะปลาทูน่า ปลาแซลมอน ที่มีคอลลาเจนสูง ผักใบเขียว ไข่ ถั่วธัญพืชต่างๆ ถึงแม้ว่าในอาหารที่คอลลาเจนที่ไม่ได้เยอะและเพียงต่อร่างกายสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไหร่ก็เป็นอีกทางเลือกได้เช่นเดียวกันทที่จะทำให้ร่างกายไม่ขาดคอลลาเจน

บำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

การบำรุงตับด้วยอาหารทางธรรมชาติ

ตับ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย หน้าที่ของมันคือ การคัดกรองของเสีย ขจัดสารพิษสิ่งตกค้างที่ได้รับมาจากการทานอาหารให้ออกไปจากร่างกาย เพราะปัจจุบันมีอาหารหลากหลายประเภทที่คุณเลือกรับประทานเข้าไปแม้จะรู้ว่ามันให้โทษต่อร่างกาย แต่ด้วยรสชาติที่ดึงดูดนั้นก็เป็นสิ่งที่มองข้ามของโทษในอาหารไปได้แล้ว ฉะนั้นแล้วเราควรหันมาใส่ร่างกายของตัวเองบ้าง ทำความเข้าใจกับอาหารที่อย่างที่จะรับประทานอย่างระมัดระวัง เพราะอาหารส่วนเกินจะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันในตับ และถูกสะสมไว้ในร่างกายมากขึ้น คุณคงคิดว่าการดูแลอวัยวะภายในคงต้องทานอาหารดีๆแพงๆเพื่อที่จะได้รับสารอาหารที่ดีไปบำรุงตับ

แต่ที่จริงแล้วอาหารเหล่านั้นสามารถหาทานได้ง่ายกว่าที่คุณคิด เพราะอาหารที่พบเจอได้ทั่วไปและไม่มีสารเคมีใดๆ

กะหล่ำปลี จะช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เมื่อทานแล้วจะเข้าไปเพิ่มกลูต้าไธโอนในร่างกาย ช่วยล้างสารพิษ

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไจมัน กลูโคส และกรดซิตริก ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของตับได้ แต่การทานลิ้นจ่ไม่เหมาะคนที่มีอาการอย่างเจ็บคอ คอแห้ง ปวดฟัน หรือท้องผูก เพราะจะยิ่งเข้าไปทำให้อาการเหล่านั้นกำเริบ

แครอท มีวิตามินหลายชนิดอย่างวิตามิน A B1 B2 C D K และยังมีกรดโฟลิกฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทกเซียม ธาตุเหล็ก สักกะสี ทองแดง มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด และบรรเทาอาหารไม่ย่อยได้ดีขึ้น

ผักใบเขียว บางคนเห็นผักสีเขียวก็เขี่ยทิ้งแล้ว แต่ผักใบเขียวทุกชนิดนี่แหละที่จะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของตับได้ดี ช่วยชะล้างสารเคมีที่สะสมในตับอย่างหมดจด

ชาเขียว เพราะในชาเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอย่างมาก มีส่วนช่วยบำรุงตับได้ดี และสามารถป้องกันความเสี่ยงในการเปิดโรงมะเร็งตับได้อีกด้วย

มันเทศ มีส่วนประกอบของ กลูโคชิโนเลต เป็นสารอาหารที่อยู่ในพืชผัก จะช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตเอมไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอมไซม์ที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร

เห็ด ในเห็นทุกชนิดจะช่วยลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและที่อยู่ในกระแสเลือด ป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และเพิ่มปริมาณเม็กเลือดขาวอีกด้วย

ข้าวกล้อง เพราะมีคาร์โบไฮเดรตสูง มีวิตามินบีรวม หากทานในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสมจะช่วยเข้าไปสร้างไกลโคเจนที่อยู่ในตับให้แข็งแรง

เนื้อปลา ตับต้องการสารอาหารประเภทโอเมก้า3เข้าไปเพื่อจะนำไปบำรุงการทำงานของตับให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในเนื้อปลานั้นก็มีสารอาหารเหล่านี้ที่ตับต้องการ

มะขามป้อม หากเทียบกับแอปเปิ้ลแล้ว มะขามป้อมนั้นมีวิตามินCที่สูงกว่าถึง 160 เท่า ช่วยในการป้องกัยการเกิดพิษโลหะหนักต่อตับ ช่วยยับยั่งการเกิดมะเร็งตับ และยังช่วยในการรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

อาหารธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวสวย

ด้วยสภาพอากาศและแดดประเทศไทย ทำให้หลายๆคนกลัวเรื่องผิวจะหมองคล้ำ ผิวไหม้ ต่างๆนานา

เลยเลือกบำรุงผิวด้วยการทาครีมกันแดด ครีมฟื้นฟูสภาพผิว แน่นอนว่านั้นคือวิธีที่ถูกต้องและควรทำ แต่นั้นก็เป็นวิธีการที่ดูแลแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะระบบการสร้างเม็ดสีของร่างกายมนุษย์เรานั้นเกิดขึ้นจากภายใน การทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญ เพราะสารอาหารแต่ละชนิดที่ได้รับเข้าไปในร่างกายถูกนำไปเสริมสร้างในส่วนต่างๆ และอาหารที่ช่วยในการบำรุงผิวมีดังนี้

1.ดาร์กช็อคโกแลต  การทานช็อคโกแลตที่ใครๆก็ทราบกันว่ามีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีแล้วนั้น สารโกโก้ฟลาโวนอยส์ที่อยู่ดาร์กช็อคโกแลตยังสามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ฟื้นฟูนุ่มชุ่มชื้น แต่ควรในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะจนเกินไป

2.โยเกิร์ต  โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารจากไบโอติน ที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว บำรุงเส้นผม เล็บให้แข็งแรง และยังอุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยในการย่อยสลายไขมัน นอกจากจะทำให้ผิวพรรณดีแล้วยังช่วยในเรื่องการระบบขับถ่าย ที่จะทำให้ร่างกายมีสัดส่วนที่กระชับยิ่งขึ้น

3.เมล่อน   เมล่อนเป็นผลที่เมื่อทานแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น ในเมเล่อนมีสารคาโรทีนอยด์ ที่ช่วยลดาการเกิดสิว ให้ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นแก่ผิว และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

4.แซลมอน   ปลาแซลมอนเป็นปลาทะเลน้ำลึก ที่มีโอเมก้า3 หากได้ทานแล้วจะมีประโยชน์ต่อระบบการทำงานของหัวใจ และยังดีต่อผิว เพราะโอเมก้า3 สามารถลดการอักเสบของสิว ลดรอยแดงที่เกิดจากสิว ป้องกันความหมองคล้ำ นอกจากนั้นยังช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นจากน้ำมันที่ได้รับจากธรรมชาติ

5.ผักใบเขียว   ผักที่มีสีเขียวหรือผักใบเขียวที่หลายๆคนคงจะเคยเห็น แต่มักจะไม่ชอบทานกัน แต่ผักพวกนี้มีประโยชน์และสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลผิวอย่าง วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยปกป้องและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิว และยังช่วยป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดกับรังสีที่จะเข้ามาทำร้ายผิว

6.ส้มโอ   ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารอย่างไลโคปีนอยู่มาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพการทำงานในการปกป้องเซลล์ที่จะต้องเจอกับรังสียูวี และมลพิษต่างๆ

7.น้ำเปล่า   น้ำเปล่า ดื่มแล้วนอกจากจะทำให้สดชื่น จะยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้น มีส่วนช่วยไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย เพราะความชุ่มชื่นเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวที่มีสุขภาพดี การดื่มน้ำเยอะๆจะช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง

8.เมล็ดป่าน  เป็นเมล็ดเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า3 และสารอาหารอย่างโปรตีนประกอบอีกด้วย สารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ผิวหมองคล้ำนั้นกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย

9.มะละกอ  มะละกอเป็นผลไม้ที่เต็มไปใยอาหารสำคัญอย่าง โฟเลต ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามิน ที่ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง

10.มันฝรั่งหวาน  ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด รังสียูวี หรือมลภาวะรอบตัว และยังช่วยทำให้ดูอ่อนวัย ไม่แก่ก่อนวัยอันควร

11.เบอร์รี่  ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆแล้วแต่ชอบทานนั้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการบำรุงให้ผิวขาวใสยิ่งขึ้น และยังช่วยลดปัญหาของสิวอีกด้วย

12.ชาเขียว  การดื่มชาเขียวหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของชาเขียว จะช่วยปรับระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว และในชาเขียวก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

13.แครอท  ในแครอทมีวิตามินซี เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย เพราะคอลลาเจนจะทำให้ลดการเกิดริ้วรอย และยังมีวิตามิน ที่ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

14.อะโวคาโด  น้ำมันที่ได้รับจากการทานอะโวคาโด จะเข้าไปบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมากขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการลดริ้วรอย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส

15.แตงกวา  แตงกวาเต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่มามายที่จำเป็นต่อร่างกาย การทานแตงกว่าจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น สดใส ดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ขอขอบคุณที่มาของบทความเหล่านี้จากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

อาการแพ้อาหาร  

เป็นผู้ป่วยที่ได้รับอาหารเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้มีความผิดปกติทางเดินอาหารหรือเกิดอาการที่หายใจติดขัดเริ่มมีอาการโคนลิ้นแข็ง ปากบวม  หรือลมพิษนั้นขึ้น แต่ถ้ามีอาการหายใจไม่ออกนั้นเราควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่เรานั้นจะได้ให้หมอรักษาได้ทันที

อาการแพ้อาการแพ้อาหารนั้นแล้วแต่ว่าแต่ละคนนั้นมีอาการแพ้แบบไหนบางคนแพ้แค่แปบเดียวเดียวก็หายสักประมาณสักชั่วโมงหลังจากที่เราเกิดอาการแพ้  บางคนก็ออกเป็นในแนวทางอาการท้องเสีย ถ่ายท้อง บวกกับมีอาการอาเจียนร่วมด้วย บางคนนั้นเป็นทั้งปวดหัว ถ่ายท้องแล้วก็อาเจียน อาเจียนจนไม่เหลืออะไรข้างในท้องเลย แถมยังมีอาการมึนงง เข้าไปด้วย บางเป็นหนักถึงกับเสียชีวิตได้เลย

เราควรดูและสังเกตตัวเองว่าเมื่อเรากินอาหารประเภทไหนที่เกิดอาการแพ้เราก็อย่าไปกิน  

แต่ว่าบางคนที่เขารู้ตัวเองนั้นแพ้กุ้ง ยกตัวอย่าง คนที่เขาแพ้กุ้งแต่ว่าอยากกินกุ้ง เริ่มมีอากรคันและเหมือนจะเป็นลมพิษ พอสักพักอาการเหล่านั้นก็หายไป แต่ด้วยความที่เขานั้นชอบในชาติของกุ้งก็เลยฟืนที่จะกินกุ้ง กินบ่อยๆ จนเกิดอาการเคยชินและก็กลายเป็นคนที่ไม่แพ้กุ้งอีก แต่แบบนี้เราคิดว่าเขาเป็นอาการที่แพ้น้อย

แต่ด้วยความที่เขานั้นชอบเลยพยายามที่จะกินให้ได้ เพื่อที่จะไม่แพ้กุ้ง 

เราก็ดีใจนะที่เขานั้นหายจากอาการที่แพ้เพราะเหมือนเขานั้นมีภูมิคุ้มกันแล้ว แต่บางคนที่เขาแพ้กุ้งจริงๆนั้นเขาไม่สามารถแตะได้เลย ถ้าเกิดเราทานเข้าไปนั้นเกิดอาการชักเกรง ขึ้นมานั้นจะอันตรายมาก และสาเหตุของคนที่แพ้อาหารมากก็คือ อาหารทะเล ถั่ว

ถ้าเรารู้ตัวว่าเรานั้นแพ้อาหารอะไรเราก็ต้องหลีกเลี่ยงและต้องดูแลตัวเอง เพราะคนอื่นเขาไม่รู้ว่าเราแพ้อาหารทะเลหรือเปล่าหรือว่าเรานั้นแพ้อะไร ซึ่งอย่างที่เราบอกนะค่ะว่าเราต้องรู้จักหลีกเลี่ยงถ้าอาการแพ้นั้นกำเริบเราต้องไปหาหมอเพื่อให้หมอนั้นรักษาอาการที่เรานั้นแพ้ 

เมื่อเวลาที่เราจะกินอะไรก็ควรพึงระวัง แต่ถ้าบางคนไม่รู้ตัวว่าแพ้อาหารนั่นก็จะงง

ว่าตัวเรานั้นเป็นอะไร บางทีเรานั้นก็คิดว่าเราแค่ท้องเสีย เพราะว่าเรานั้นกินอาหารที่ไม่สะอาด หรือเปล่า เราถึงอยากให้คุณนั้นลองสังเกตตัวเองว่าตัวเรานั้นเป็นอะไร เวลาที่เรานั้นกินของแบบเดิมแล้วเป็นอีก อันนั้นแสดงว่าใช่เลยเราแพ้อาหารอย่างนั้น หรือเราแพ้อะไรบางอย่างในจานนั้น ต้องเช็คด้วยนะค่ะ